สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจีฯ

เนื่องในวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายา ในรัชกาลที่ ๖สมเด็จอินทร์ มีพระนามเดิมว่า “ประไพ สุจริตกุล” ประสูติเมื่อวันอังคารที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๔๔๕ พระองค์ได้รับราชการฝ่ายในและพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้จัดพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ดำรงตำแหน่งพระสนมเอกที่ “พระอินทราณี” จากนั้นในวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๔๖๕ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ดำรงพระยศพระมเหสีที่

“พระวรราชชายาเธอ พระอินทรศักดิศจี” และในเวลาต่อมา พระองค์ทรงพระครรภ์ จึงเป็นสาเหตุให้ทรงได้รับการสถาปนาขึ้นเป็น “สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระบรมราชินี” ตำแหน่งสมเด็จพระอัครมเหสี เมื่อวันที่ ๑ มกราคม ๒๔๖๕ต่อมาพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ได้มีพระบรมราชโองการว่าด้วยการออกพระนาม โดยโปรดให้ออกพระนามว่า “สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายา” แทน “พระบรมราชินี” และรัชกาลที่ ๖ มีรับสั่งว่า

“…ห้ามมิให้เอาพระอัฐิสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจีขึ้นมาตั้งเคียงข้าพเจ้าเป็นอันขาด เพราะตั้งแต่ได้มาเป็นเมียข้าพเจ้า ก็ได้บำรุงบำเรอน้ำใจข้าพเจ้าเพียง ๑ เดือนเท่านั้น ต่อแต่นั้นมาเอาแต่ความร้อนใจหรือรำคาญมาสู่ข้าพเจ้าอยู่เป็นเนืองนิตย์…”

พระชนม์ชีพสมเด็จอินทร์ เมื่อรัชกาลที่ ๖ สวรรคต ในปี ๒๔๖๘ พระองค์ทรงย้ายไปประทับยังพระตำหนักสวนนกไม้ ในพระราชวังดุสิต ต่อมาจึงทรงย้ายไปประทับที่วังริมคลองภาษีเจริญ จังหวัดธนบุรี ซึ่งเป็นบ้านของท่านเจ้าพระยาสุธรรมมนตรี พระบิดานั่นเอง สมเด็จอินทร์ ได้ประทับอยู่ ณ วังภาษีเจริญนี้มาโดยตลอดท่ามกลางพระประยูรญาติอย่างอบอุ่นต่อมาอีกกว่า ๔๐ ปี

ในช่วงปลายแห่งพระชนม์ชีพ ระหว่างที่สมเด็จอินทร์ ทรงประชวรอยู่นั้น เมื่อทรงทุเลาจากการประชวรก็ทรงปฏิสันถารกับผู้ที่มาเยี่ยมเยียนเป็นปกติ เวลาประชวรมากก็รับสั่งให้ไปตามพระสุจริตสุดามาเยี่ยมในวันอาทิตย์ เมื่อมาถึงก็กรรแสงกับพระสุจริตสุดา ผู้เฝ้าและผู้ใกล้ชิดก็ต้องสะอื้นเพราะเห็นพระทัย พระองค์เคยทรงพระปรารภว่า “…ยังไม่อยากสิ้นพระชนม์…” ด้วยทรงเป็นห่วงพี่น้องและหลาน ๆ ซึ่งยังไม่สำเร็จการศึกษา


ครั้นถึงเดือนพฤศจิกายน ๒๕๑๘ คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาพยาบาลเห็นพระอาการหนักมากสิ้นหวังแล้ว

แต่พระอาการก็กลับทุเลาขึ้นได้อย่างน่าอัศจรรย์ ทั้งนี้คณะแพทย์ได้ลงความเห็นว่าเพราะพระทัยแข็ง ถ้าเป็นผู้อื่นก็สิ้นไปเสียนานแล้ว แต่ในที่สุด เมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๑๘ มีพระอาการพระหทัยวาย จึงสิ้นพระชนม์ในเวลา ๗.๕๕ นาฬิกา ณ โรงพยาบาลศิริราช สิริพระชนมายุได้ ๗๓ พรรษา ๕ เดือน ๒๐ วัน ยังความเศร้าสลดพระราชฤทัยแด่พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ และพระบรมวงศานุวงศ์ รวมถึงพระญาติ ข้าราชบริพารในพระองค์ และผู้ที่เคยได้พึ่งพระบารมี

สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจีฯ

สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจีฯ

สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจีฯ

ขอขอบคุณข้อมูลข่าวจาก
https://bit.ly/3d2MUht

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *