นางเอ ก หน้าหวา น

นางเอกหน้าหวาน ริชชี่ อรเณศ ได้เปิดอกพูดคุยกับทางรายการคุยแซ่บ Showทางช่องวัน31ที่มี พีเค ปิยะวัฒน์และบูม สุภาพร เป็นพิธีกรดำเนินรายการถึงเส้นทางรักจากคู่จิ้นสู่คู่จริงกับพระเอกหนุ่ม ก็อต อิทธิพัทธ์พร้อมเล่าชีวิตวัยเด็กจากนักกีฬาแบตมินตันสู่เส้นทางการเป็นนางเอกแถวหน้า

Q:ตอนนี้นางเอกเรื่องพระจันทร์แดงเพิ่งออนแอร์ไปเป็นยังไงบ้างกระแสตอบรับ A: ก็ดีค่ะเหมือนตัวหนูดูเองรู้สึกว่าภาพสวยมากๆไปถ่ายต่างจังหวัดเป็นโลเคชั่นธรรมชาติตลอด แต่พอเห็นงานรู้สึกหายเหนื่อยเพราะทุกอย่างออกมาสวยงาม Q:เล่นคู่กับโตโน่เป็นยังไงเล่นยากไหม A:หนูรู้สึกว่าพี่เขาตั้งใจมากๆกับคาแรกเตอร์ แล้วหนูก็เหมือนเป็นคนทำการบ้านกับคาแรกเตอร์ตัวเอง แฟนๆก็ดีใจที่ได้เห็นผลงานเราอีกครั้ง ภาพรวมทุกอย่างเขาบอกว่า ซีจีก็ดีนักแสดงก็ดีหมดเลยภาพสวย Q:ที่ก็อตเขาลบรอยสักเอาจริงๆเราบอกให้เขาลบไหม A:ไม่เกี่ยวกับหนูเลยค่ะคือหนูไม่เคยคิดว่าเขาควรเป็นยังไงเลยเขาเป็นอะไรก็ได้ แต่เรื่องลบรอยสักอาจจะเป็นความคิดของเขาที่เขาวางแผนมานานแล้ว เหมือนเขาเคยลบไปข้างนึงแล้วตอนนี้เหลืออีกข้างนึง Q:เขาลบตรงไหน A:น่าจะที่แขนเพราะเวลาถ่ายละครด้วย เขาสักมาตั้งแต่เด็กแล้วก็เลยค่อยๆ ลบไปเรื่อยๆถามว่าเขาบ่นว่าเจ็บไหมก็น่าจะเจ็บอยู่มั้งคะ Q:เคาะให้คนทางบ้านเลยเราไม่ได้สั่งให้ลบ A:ไม่ใช่หนูค่ะ Q:แฟนๆ ว่ายังไงบ้างหลังจากที่เปิดตัวซึ่งเราเองก็ไม่รู้ด้วยว่าเราคบกับเขาแล้ว A:คือตอนเขาคุยกับหนูหรือตอนเขาทำอะไรให้ เขาจะบอกว่าไม่ต้องคิดอะไรมากนะ เป็นห่วง อยากช่วยเหลือ เราดูแบบน่าสงสาร แล้วก็เวลาชวนไปข้างนอก เขาบอกว่าเขาชอบทำกิจกรรม ถ้าไม่ไปปกติเขาชวนเพื่อนเขาไปอยู่แล้วไม่ต้องคิดมากเราก็เลยรู้สึกว่าสบายใจเป็นเพื่อนกัน เวลาคุณแม่ถามหนูก็บอกว่าเขาไม่น่าชอบหนูนะ เขาพาไปแบบเพื่อนปกติเพราะปกติเขาก็พาเพื่อนเขาไปอยู่แล้ว

Q:ตอนที่คุยกันเราคิดว่าเป็นพี่น้อง A: เขาคุยกับหนูตอนแรกๆเหมือนเขามีเรื่องไม่สบายใจ ตอนนั้นถ่ายละครด้วยกัน แล้วคุณพ่อป่วย เขาบอกว่าเขาเครียด อยากชวนคุย อยากมีใครที่คุยแบบไม่ให้เขาโฟกัสเรื่องที่เขาเครียดอยู่ เราก็เลยโอเคแบบรับฟังเพราะแม่ก็บอกช่วยเพื่อนหน่อย ถ้าเขาคุยกับเราแล้วสบายใจก็ให้เขาคุย ฟังเขาหน่อยนะเพราะปกติหนูจะไม่ค่อยคุยกับใครเป็นการส่วนตัว ส่วนใหญ่ถ้าไม่ใช่แบบพี่สาว ช่วงนั้นก็เลยรับฟังก็เหมือนสนิทกับเขา แต่มันก็มีช่วงที่ห่างเล่นละครจบแล้วก็ไม่ค่อยได้ติดต่อกัน Q:ความรู้สึกมันมาเริ่มเปลี่ยนตอนไหน A:เหมือนเขากลับมาเจอหนูอีกครั้งตอนโปรโมทแล้วเขาก็ไปให้สัมภาษณ์ตามรายการ แล้วเขาไปสัมภาษณ์อันนึงเหมือนหนูเป็นคนแบบที่เวลาเขาเกิดเรื่องอะไรเขานึกถึงหนูอะไรสักอย่าง แล้วเขาก็ทักหนูมาว่าเห็นที่สัมภาษณ์ไหมเขาพูดจริงนะไม่ได้เป็นโปรโมท Q:ตอนนั้นเรารู้สึกยังไงหัวใจพองไหม A:ตอนนั้นหนูก็รู้สึกแบบอ๋อมันก็ผ่านไปนานแล้วเนอะ ตอนนั้นที่เขาพูดถึงแล้วหนูแค่คิดว่าตอนนี้คือปัจจุบันก็ไม่เกี่ยวกันก็โอเคขอบคุณมาก แล้วเขาก็เหมือนพิมพ์กลับมาอีกแบบยาวมากๆ แบบอธิบาย เขาอยากพูดนะ ชีวิตคนเรามันสั้นถ้าไม่พูดตอนนี้ก็ไม่รู้จะพูดตอนไหนก็เหมือนพิมพ์ยาวๆว่าเขารู้สึกดีกับหนู ถ้าไม่บอกเดี๋ยวหนูจะไม่รู้เขาก็บอกว่าเขาก็ชอบหนูแหละ แต่เขาไม่เคยพูดแต่ว่าก็เป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมนะเขาบอกว่าเขากลัวหนูจะกลัวเขาเขาบอกให้ทำทุกอย่างเหมือนเดิมเลย อย่าหนี เขาแค่อยากทำดีด้วยแต่แค่บอกไว้เฉยๆ

Q:เขากลัวถ้าบอกชอบหนูปุ๊บแล้วหนูไม่ชอบหนูก็จะหนี A:หนูเป็นคนแบบถ้าใครที่ไม่ได้เป็นเพื่อนหรือพี่น้องเราก็จะเว้นเพราะไม่อยากให้เขารู้สึกแบบนั้น Q:ทำไมเราถึงไม่ออกห่าง A:เพราะว่าเขาบอกเขาจะเป็นเพื่อนเหมือนเดิมเลยหนูไม่ต้องคิดมากเลยที่พูดไป ก็ลืมๆไปก็ได้แต่เขาแค่อยากให้หนูรู้ไว้เผื่อหนูไม่รู้เลย Q:ความรู้สึกเราเริ่มเปลี่ยนเมื่อไหร่ A:ตอนนั้นหนูรู้สึกว่าเราผ่านช่วงเวลาหลายอย่างมามากๆ เรามีเหตุการณ์หลายอย่างที่เขาเหมือนทำให้เราโตขึ้นที่ผ่านมาเหมือนเราจะมีเซฟโซนเยอะมากๆที่แบบว่าไม่อยากสนิทกับใครเลย แต่เขาก็ทำให้เราเป็นเพื่อนเขามาได้เราก็เลยคิดว่าก็ลองเป็นเพื่อนเขาดูก็ได้ ถ้าไม่ต้องคิดว่าเขาชอบเราก็คิดว่าพยายามเป็นเพื่อนกัน Q:แล้วมันมาเป็นแฟนได้ยังไงเพราะว่าริชชี่ไม่เคยมีแฟนเลยเราไม่รู้จักคำว่ารักมาก่อนหรอ A:หนูชอบดูหนังรักแบบชอบทุกอย่างที่เป็นเลิฟสตอรี่ เราเป็นคริสเตียนเชื่อในเรื่องความรักมากๆ แต่แค่เรารู้สึกว่ามันยังไม่เกิดขึ้นกับเด็กหรืออะไรในวัยที่ผ่านมา

Q:ไม่เคยแอบชอบใครเลยเหรอ A:ถ้าชอบก็แค่ชอบแต่ไม่ได้ถึงขั้นว่าอยากไปเจอเขาเหมือนแม่เคยถามว่าถ้าคนที่เราแอบชอบเหมือนดาราเกาหลีเขามาชอบเราเราจะโอเคไหม แม่ก็รู้สึกว่าทำไมเราไม่ชอบใครเลย หนูก็บอกว่าแค่ชอบที่เขาอยู่ในทีวีให้เขาอยู่ตรงนั้นแหละไม่ต้องยุ่งกับหนู Q:จากคู่จิ้นมาเป็นคู่จริงจากวันนั้นถึงวันนี้ ความเป็นเพื่อน ณ วันนั้นกับวันนี้เป็นยังไงบ้างมีความแตกต่างกันไหม A:ถ้าตอนเป็นเพื่อน หนูรู้สึกว่าเจอกันตอนทำงานก็รู้สึกว่าเป็นเพื่อนที่น่ารักนะ แต่พอแยกกลับไปเราจะไม่ให้ติดต่อ ถ้าชวนไปไหนก็จะไม่ค่อยไป แต่พอถ้าเขาเป็นแฟนเรารู้สึกว่า เราก็ควรให้โอกาสเขาแบบเขาชวนไปกินข้าวหรือไปทำอะไร ก็ควรลองไปดูไปมากขึ้น Q:เขาขอเป็นแฟนไหม A:ไม่เลย เขาไปลงไอจีแล้วเหมือนมีแฮชแท็กขึ้นมาว่า#ริชชี่แปลว่าแฟนก็อต หนูไม่รู้จะทำตัวยังไง หนูเป็นแฟนเขาตอนนั้นแบบหนูเครียดมากหนูคิดว่าคบเป็นเพื่อนกันมาตลอด Q:จนเขาเปิดตัวในไอจีว่านี่คือแฟนผม A:ก็เริ่มสนิทกันมากขึ้น แต่หนูคิดว่าหนูไม่เคยมีแฟนเลย ถ้าต้องใช้คำว่าแฟนตอนแรกหนูคิดนะจะต้องนานกว่านี้ที่ไม่ใช่แบบตอนนี้เลย

Q:เราไม่รู้ด้วยว่าเราเป็นแฟนเขาแล้ว เรามารู้หลังจากนั้น2ชั่วโมง A:ใช่ค่ะเหมือนตอนนั้นหนูเอามือถือไปชาร์จก็ผ่านเวลาไปจนเขาทักมาเห็นไหมที่ลงแท็กไปหนูก็เลยเข้าไปดูแต่ก็ไม่รู้จะทำยังไงต่อ Q:เอาง่ายๆ คือก็อตมันมือชกเรา A:ก็ไม่รู้เหมือนกัน Q:แล้วถ้าสมมติเขาไม่ลงไอจียอมรับเขาเป็นแฟนไหม A:หนูไม่เคยคิดถึงเรื่องคำว่าแฟน ถ้าคำว่าแฟนแล้วต้องทำตัวยังไงมันต่างจากเพื่อนยังไง หนูไม่รู้ ถ้ามันยังเด็กอยู่แล้วไม่ได้จริงจังจริงๆก็คงเหมือนเพื่อนแต่แค่ให้เขาสนิทมากกว่าคนอื่น Q:ตอนนี้คบได้นานเท่าไหร่แล้ว A:น่าจะเกือบปีแล้ว Q:บอกรักกันหรือยัง A:มีบ้าง Q:แล้วอะไรที่ทำให้เรามั่นใจว่าโอเคเราเป็นแฟนเขาก็ได้ A:เหมือนมีแม่หนูหลายคนก็เป็นห่วงว่าเป็นยังไงเป็นแฟนกันได้ยังไง แล้วเขาชอบถามว่าแล้วเรารักเขาไหม หนูรู้สึกว่าเราอยากให้เขามีความสุขไม่ว่ายังไงก็ช่าง ไม่เป็นแฟนกันก็ได้เขาไปชอบคนอื่นก็ได้แต่เขาก็เหมือนบอกว่าเราทำให้ชีวิตเขามีความสุขขึ้นถ้ามีเราอยู่ด้วย Q:เราไม่เคยมีแฟนมาก่อน รู้สึกไหมว่าคบกันเร็วไป A:หนูรู้สึกว่าถ้าหนูไม่ได้เป็นนักแสดงหรือถ้าไม่ได้มีสื่อหนูว่าหนูอาจจะใช้เวลากับเขาน่าจะนานกว่านี้เพราะหลายอย่างเราอาจจะไม่รู้ว่าเขาคิดยังไง อันนี้ด้วยมีสื่อมีอะไรหลายอย่างด้วยที่ทำให้เราได้เห็นเหมือนบางทีเขาแสดงความรู้สึกถึงเรา Q:เรียกว่าเป็นคู่คลั่งรักได้ไหม A:ก็มีความสุข แต่ไม่รู้แบบคลั่งไหม เพราะหนูไม่รู้ว่ามันต้องวัดหรือเปรียบเทียบกับอะไร แต่แค่รู้สึกว่าเขาอาจจะเป็นคนแรกที่หนูรู้สึกรักเขาแบบนี้ เพราะยังไม่เคยรู้สึกรักใครแบบนี้เลย

Q:ที่รักคุณก็อต และอยู่กับคุณก็อตแล้วมีความสุข เพราะว่าริชชี่มองก็อตเหมือนเป็นพี่สาวอีกคนA:เหมือนหนูจะถ้าไม่ใช่พี่สาวหรือผู้หญิงเราจะไม่สนิทด้วยเลย หรือจะไม่ได้คุยด้วยเยอะ หรือไม่แบบไปกินข้าวหรือไปทำอะไรด้วย เราเลยรู้สึกว่าชีวิตที่ผ่านมาเรามีแต่ครอบครัว พี่สาว แม่ๆ หนูก็ไม่ได้มองว่าเขาเป็นผู้ชายที่มาชอบเรา แต่เขาเป็นเหมือนพี่สาวเราอีกคนที่เข้ามาเป็นห่วง ดูแล แล้วก็เป็นทุกอย่าง Q:เขารู้ไหมว่าเรามองเขาเหมือนพี่สาว A:เขารู้ เขาก็โอเค Q:ก่อนที่จะเป็นแฟนกันก็อตเองก็เข้ามาปรึกษาทุกเรื่องทั้งเรื่องครอบครัวแล้วเรื่องประสบการณ์ความรักเคยคิดไหมว่าถ้าเขามาแบบนี้เขามาจีบเราA: ตอนแรกไม่คิด เพราะคิดว่าหนูไม่น่าใช่คนที่เขาชอบแน่ๆจากหลายอยากที่เขามาคุย เล่าเรื่องชีวิตเขาให้ฟังหนูแค่รู้สึกว่าหนูอาจจะเป็นคนแค่รับฟังเพราะหนูรับฟังทุกคนอยู่แล้วก็เลยไม่ได้คิดว่าเขาจะชอบหนู แบบไทท์ทุกอย่างของเขาไม่น่าเป็นเรา Q:เขาเคยมาคุยเรื่องแฟนคนก่อนๆ ไหม หรือผู้หญิงในอดีต A:เล่าอยู่ เหมือนหนูก็ชอบอยากรู้ เขาถามว่าทำไมถึงไม่เคยมีแฟน มองความรักยังไง หนูแค่รู้สึกว่าเป็นเพื่อนมันดีกว่า แล้วหนูก็ถามว่าทำไมถึงมีแฟน แล้วทำไมถึงเลิกกัน เราก็ชอบถามคนที่มีความรักแบบนี้ เขาก็เลยอธิบายเล่าให้ฟัง ก็เลยแบบรู้บ้าง Q:ละครเรื่องพระจันทร์แดงเป็นเรื่องที่เท่าไหร่แล้ว A: น่าจะ 6 นะคะ

Q:ในเรื่องมันต้องมีความรัก ถ้าเราไม่เคยมีความรักมาก่อน เราไปเอาต้นแบบมาจากไหน A: เหมือนตอนเด็กๆ ที่หนูเล่น หนูจะได้บทเหมือนคนที่ไม่รู้จักความรักเลย แล้วก็มาเจอคนนึง แล้วเราก็จะมีความสับสนว่านี้คือความรักหรือเปล่า ซึ่งตอนนั้นเราก็ไม่ได้ต้องตีความอะไร ทุกอย่างก็เป็นธรรมชาติ แต่พอหลังๆ มันเริ่มมีบทที่ต้องมีความรักมากขึ้น หนูก็พยายามดูหนังศึกษานู่นนี่ ซึ่งพอเราเข้าใจตัวละครตัวนึงจริงๆ เราก็จะรู้ว่ามันควรจะเป็นแบบนี้ เราอาจจะโตขึ้นตามแต่ละบทที่รับ Q:คุณก็อตโรแมนติกมาก A:จริงๆ ไม่ค่อยมีโมเมนต์โรแมนติกแบบที่เราคิดคือเราดูหนังส่วนใหญ่เป็นฝรั่งเขาจะมีความโรแมนติกมากๆแล้วบ้านหนูมีความเป็นฝรั่งเล็กๆก็จะมีความแบบเทคแคร์ ใส่ใจ บอกรัก แต่เขาไม่ได้เป็นแบบนั้นเขาจะมีความนิ่งๆ เขาชอบบอกว่าเขาโรแมนติกด้วยการดูแลไปรับไปส่ง แต่เราก็ไม่ได้รู้สึกว่านั่นคือโรแมนติกเพราะมันเป็นสิ่งที่พ่อแม่ครอบครัวเราดูแลอยู่แล้ว Q:ถ้าเราเลือกได้อยู่กับเขาสองคนอยากทำอะไรที่ไหน A:ที่โรแมนติกเหรอคะ จริงๆเป็นเพื่อนกันมานานบางทีพอจะทำอะไรที่มันโรแมนติกแล้วมันตลก Q:เขาไปเที่ยว เขาแต่งตัวเหมือนกันตลอดเลย A: เวลาไปซื้อเสื้อผ้า เราเป็นคนไม่แต่งตัวเลย เราก็ขอเขา พาไปเลือกให้ เขาก็บอกว่าตัวนี้ดีซื้อตัวนี้ต้องมีนะ หนูก็แบบทำไมต้องตัวนี้ แต่เราก็ซื้อไปแต่พอไปรู้อีกทีเขามีแบบนี้เหมือนกัน Q:เขาหลอกให้เราซื้อ จะได้แต่งตัวเหมือนกันA: ตอนนั้นไม่ได้เป็นอะไรกันตอนนั้นก็งงๆว่าทำทำไม

Q:เขาขี้หึงไหม A:หนูว่าหนูไม่เคยทำอะไรที่แบบให้เขารู้สึกหึงได้ Q:แล้วถ้ามีเลิฟซีนกับคุณโตโน่ เขามีบอกไหมว่าอย่าเยอะนะ A ไม่มีค่ะ เคยถามแล้วเขาก็บอกเป็นงานเข้าใจเพราะเขาก็เล่นละครเหมือนกัน เหมือนที่เขาเล่นมาน่าจะหนักกว่า ส่วนหนูก็ไม่มีบอกเขานะหนูไม่อยากไปหึงหรืออะไรแต่ว่าถ้าวันไหนที่เขาทำอะไรไม่โอเค เรารู้สึกว่าไม่อยากหึงไม่อยากมานั่งพูดว่าทำไมถึงทำแบบนี้ถ้าไม่โอเคเราก็ไปเลย Q:เคยมีทะเลาะ แต่เขาไม่รู้ตัวว่าทะเลาะกันเหรอ A:เขาชอบคิดมาก แบบเหมือนดูหนัง ทำไมพระเอกทำแบบนี้เหมือนคนทำงานพอห่างกันพระเอกก็ไปนอกใจแล้วเหมือนเขาอยู่ดีๆก็คิดขึ้นมาว่าหนูสงสัยอะไรในตัวเขาหรือเปล่าจะชวนทะเลาะหรือเปล่า เขาก็เหมือนทำพฤติกรรมแปลกๆเหมือนเลิ่กลั่กแล้วก็ตอบเหมือนแนวเข้าข้างพระเอกว่าไม่หรอกไม่ได้นอกใจนะ หนูก็งงแค่เราวิเคราะห์ละครซึ่งเราก็คิดแค่ว่าทำไมถึงคิดว่าทำสิ่งนี้ไม่ผิดเราก็เลยไม่ค่อยโอเคว่าทำไมถึงคิดแบบนั้น แต่เขาไปคิดอีกแบบนึงแต่ก็เป็นพูดธรรมดาแล้วหนูก็เงียบไปตอนหลังเขาไปออกรายการพูดถึงเรื่องนี้หนูก็เลยบอกว่าหนูไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นก็คุยกัน เขาก็แบบเข้าใจผิดเขาอาจจะเป็นคนมีความรักมาเยอะเขาก็เลยแบบคิดมากไปเอง Q:จริงไหมช่วงโควิดริชชี่กลับไปอยู่เชียงใหม่ก็อตทนคิดถึงไม่ได้บินไปหาเลย A:เขาขับรถมา 8-9 ชม Q:นั่นเป็นครั้งแรกที่เขาเจอครอบครัวเราไหม A:เขาเคยเจอตอนอยู่ในกองอยู่แล้ว แต่ตอนนั้นยังไม่ได้เป็นแฟนพอตอนเป็นแฟนเคยเจอผ่านๆบ้าง ตอนที่คุณพ่อคุณแม่หนูมาหาที่กรุงเทพฯ แต่ว่าไม่เคยไปกินข้าวหรือคุยจริงจัง วันนั้นเขาก็มาที่บ้านคุณแม่ก็ทำอาหารให้ทานแต่ว่าเขาก็ไปพักกับรุ่นพี่

Q:ที่บ้านว่าไงA:เหมือนคุณแม่ตอนสาวๆก็จะเปรี้ยวๆ หน่อย ทำไมลูกทั้งคู่คือหนูมีพี่สาวเป็นแบบนี้ไม่มีแฟน ไม่สนใจอะไรเลย แม่ก็อยากให้มีแฟน แต่คุณพ่อจะหวงนิดนึงเพราะคุณพ่อตอนหนุ่มๆเจ้าชู้ คุณพ่อจะบอกว่าถ้าไม่ได้เจอคนที่รักหรือดูแลดีกว่าพ่อพ่อบอกพ่อดูแลเอง Q:นั่นไม่ใช่แค่การเปิดตัวแฟนครั้งแรกต่อหน้าคุณพ่อ คุณแม่ แต่เป็นการพาหนุ่มคนแรกเข้าบ้าน A:ใช่ พี่สาวก็ไม่เคยมีแฟนเหมืนกันพอเขากลับไป Q:พ่อว่าไง A:พ่อไม่ค่อยพูดเหมือนดีเลไป2-3วัน แล้วพ่อถึงจะมีฟีดแบคกลับมา เขาก็พูดว่าเขาก็ยังหวงอยู่ดี เขารู้สึกว่าเขาก็เป็นห่วง ก็ค่อยๆดูไปแม่ก็บอกว่าลูกโตแล้วให้ลูกเรียนรู้ชีวิตเอง ป๊าก็อยากให้เราเป็นเด็ก Q:นี่แสดงว่าที่เราและพี่ไม่เคยมีแฟนเพราะป๊าเหรอเปล่า A:ไม่เลยเพราะหนูเองหมายถึงว่าพวกหนูซ้อมแบต อยู่แต่คอร์ดแบต แล้วอยู่กับครอบครัวเราไม่ได้รู้สึกว่าต้องไปทำอะไรอย่างอื่น หรือต้องมีเรื่องอื่นเข้ามทเหมือนในหัวเราก็โฟกัสตอนเด็กซ้อมหนักมาก แต่ก็ไม่เขาใจเพื่อนที่เป็นนักกีฬาก็มีแฟนกันแต่พวกหนูไม่เคยมีความรู้สึกนั้นว่าอยากมี Q:แล้วเรามีโอกาสเจอฝั่งครอบครัวของก็อตไหมA:เคยเจอคุณแม่ ตอนนั้นไปทานข้าว คุณแม่ก็ยิ้มๆ แล้วแบบขอบคุณนะคะที่เหมือนมาเป็นเพื่อนกัน ทำให้น้องก็อตเหมือนมีเพื่อน มีคนดูแลกัน แม่ก็บอกว่าดูแลกันนะลูกQ:แล้วเราได้วางแพลนอนาคตไว้ไหม จะไปถึงจุดแต่งงานไหมA:หนูว่าน่าจะคุยกันยากนิดหน่อย ขนาดขอเป็นแฟนเขาก็ยังไม่ค่อยพูด หนูก็เลยรู้สึกว่าเราไม่น่าจะคุยเรื่องนั้นกันQ:เขาให้สัมภาษณ์อย่างริชชี่คือแม่ของลูกเลย A:หนูว่าเขาอาจจะพูดไปอย่างนั้น Q:อยากบอกอะไรก็อต A:อยากให้เลี้ยงขนมเยอะๆ ก็เป็นห่วง ชีวิตตอนนี้มีอะไรอีกเยอะแยะที่ต้องเติบโต แล้วถ้ามีปัญหาเราก็ซับพอร์ต แล้วก็เป็นกำลังใจให้เขา แล้วอยู่เคียงข้างเขาแบบนี้อยู่แล้ว ก็หวังว่าเขาจะมีความสุขในทุกวัน ก็อยากเห็นแค่นั้น Q:รักไหม A:รักค่ะ

Q:ตอนเด็กเกือบตายมารอบนึงเพราะอะไร A:ตอนเล็กๆ เลยที่ป่วย หมอบอกหนูเป็นโรคลำไส้ไม่ค่อยแข็งแรง กินนมแม่ก็ท้องเสียตั้งแต่เป็นทารกแล้ว แล้วตอนนั้นอยู่ฝางมีแต่คลินิกเล็กๆ แม่ก็พาไปหาหมอ เพราะไข้ขึ้นสูง เขาก็บอกว่าชีพจรอ่อนมาก แล้วท้องเสียจนไม่ไหวแล้ว แล้วเขาบอกไม่รับ ให้ไปหาโรงพยาบาลใหญ่ๆ แม่ก็รีบพาลงไปเชียงใหม่ แล้วไปหาหมอ แม่บอกตอนนั้นหนูดูแบบเหี่ยวไปหมดแล้ว แล้วหมอเขาก็หาที่เติมน้ำเกลือให้ก็รอดูอาการอย่างเดียว ไม่รู้ว่าเป็นไง เพราะรู้ว่ารักษาได้ไม่เยอะ พอเช้ามาเหมือนได้รับน้ำ ก็เหมือนดีขึ้น ตอนแรกคิดว่าหนูจะไปแล้ว Q:คือตอนนั้นเกือบตายเลยเหรอ A:ใช่ เพราะว่าแบบเล็กมาก เป็นแบบทารกเลย Q:เป็นนักกีฬาก็น่าจะแข็งแรง นี่ถึงขั้นป่วย รับเหรียญเสร็จ แข่งชนะ แต่ก็อ้วกหามเข้าโรงพยาบาลอีก A:ใช่ค่ะ เป็นแบบจริงๆก่อนจะเข้าชิง คือรอบแรกๆ ก็แข่งมาปกติ แต่พอจะชิงแล้วเหมือนท้องเสีย อาเจียน กินน้ำเปล่าก็อาเจียน กินไรไม่ได้เลย แล้วพอแข่งจบต้องขึ้นรับรางวัล ตอนแรกเขาก็ถามว่าขึ้นไหวไหม ถ้าไม่ไหวก็จะให้คนอื่นขึ้น เขาบอกนิดเดียวๆ ขึ้นไปก่อน พอขึ้นไปหนูก็แบบถ่ายรูปไม่เสร็จ แล้วหนูเหมือนจะอ้วก แล้วก็อ้วกลงข้างๆ เพราะว่ามันไม่ไหวแล้ว Q:แล้วก็มีเฉียดตายเพราะตกเขา A:อันนี้โตแล้ว อยู่ประมาณปี 2 ปี 3 ปีใหม่กลับไปที่เชียงใหม่แล้วไปปั่นจักรยานแล้วช่วงนั้นก็ฟิตมาก คุณพ่อก็อินกับกีฬาปั่นจักรยานก็ปั่นขึ้นเขากัน แล้วก็ก็แซง ปั่นแรงมากเหมือนเราปั่นเร็วมากๆแล้วมันเป็นทางลงเบรกทุกอย่างมันฉีกหมดเลย แล้วมันก็สะบัด หนูก็กระเด็นออกนอกจักรยานตกลงไปข้างล่าง Q:ตกเขาเลยเหรอ สูงขนาดไหน A:ใช่ค่ะ น่าจะสูงเกือบ2ชั้นนิดนึง ต้องปีนเขาขึ้นมา ตอนนั้นกระดูกข้อมือแตกละเอียดหมดเลย แล้วตรงยาวๆ ร้าวนิดหน่อยก็ใส่เป็นไทเทเนียมแทนเขาบอกต้องผ่าแล้วเอาเศษกระดูกออกให้หมดแล้วทำใหม่

Q:ฟังดูห้าวๆ กลัวตายไหม A:ตอนเด็กรู้สึกว่าชีวิตเราพระเจ้าดูแล เราจะไม่เป็นอะไร เราทำอะไรก็ได้ เราแบบแข็งแรงมากๆ เวลาทำอะไรที่คนรอบตัวรู้สึกว่าน่ากลัว แต่เรารู้สึกว่าไม่เป็นไรถ้าทุกคนบอกว่าตรงนี้ทำได้ เราก็ทำเต็มที่ แต่พอตั้งแต่ผ่านเรื่องนี้มาหนูรู้สึกว่าไม่ได้กลัวว่าทำแล้วจะตายไปเลย แต่ว่าถ้าทำแล้วต้องมากายภาพเป็นปีๆ เป็นภาระคนอื่น รู้สึกว่ามันน่ากลัวมากๆ ก็เลยเริ่มระวังมากขึ้น Q:ตอนนั้นถ้าเราไม่ได้เป็นนางเอก เราตั้งใจเป็นนักกีฬาทีมชาติเลยไหม A:ตอนนั้นตั้งใจซ้อมเอาผลงานพวกเยาวชนกีฬาแห่งชาติ แล้วหนูก็อยากเป็นหมอ Q:แขนที่มันหัก มีผลต่อการเล่นไหม
A:ข้างซ้าย อันนี้ข้างขวา ไม่เป็นไร ซึ่งมันก็ไม่มีผลกับการใช้ชีวิต จริงๆ เขาบอกว่ามันอาจจะไม่ 100% จะงอไม่ได้ แต่ช่วงนั้นหนูอยู่คณะวิทยาศาสตร์การกีฬาอยู่แล้ว ก็มีอาจารย์ช่วยกายภาพเยอะ เราก็เล่นเวท ทำทุกอย่างปกติ

Q:ริชชี่เป็นผู้หญิง 6 สัญชาติA:ฝั่งคุณพ่อเป็นลูกครึ่ง คุณปู่เป็นฟิลิปปินส์ สเปน คุณย่ามีเชื้อสายไทย แต่คุณแม่ของคุณย่าเป็นอังกฤษ สวิส ฝั่งคุณแม่เป็นจีน คุณยายมีไทย ลาหู่Q:เราภูมิใจสัญชาติไหนที่สุด A:หลายคนมองว่าหนูเป็นลูกครึ่งตั้งแต่เด็ก แต่จริงๆ เรามีเชื้อสายลาหู่ เราแค่คิดว่าคนส่วนใหญ่รู้สึกว่ามันต้องอาย หรือมันไม่น่ารัก ทั้งๆ ที่เราเคยไปอยู่บนนั้น คุณแม่จะพาไปตั้งแต่เด็ก หนูว่าบนดอยทุกคนน่ารักมากๆ หน้าตาก็น่ารัก นิสัยทุกคนธรรมชาติมากๆ เราเคยอยู่ตรงนั้นมา เราแค่คิดว่าทำไมคนบนนั้นเวลาต้องมาอยู่กับคนข้างล่าง เขาถึงไม่มั่นใจ เราก็อยากบอกว่าเราเป็นชาวลาหู่ แล้วมันก็เป็นสิ่งที่ดี มันน่ารัก แล้วเราเป็นนักกีฬา เราเป็นนักแสดง เราเป็นทุกอย่างได้ เราก็เหมือนอยากซับพอร์ตเขา เหมือนทำให้เขารักในสิ่งที่เขาเป็น แล้วก็มั่นใจว่ามันดี

ริชชี่ อรเณศ-ก็อต

ริชชี่ อรเณศ-ก็อต

ริชชี่ อรเณศ-ก็อต

ริชชี่ อรเณศ-ก็อต

ริชชี่ อรเณศ-ก็อต

ขอขอบคุณแหล่งที่มา
https://bit.ly/3kqylZl

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *