ประเพ ณีคู่ กับพุทธศาสนิกชนไทย

กฐิน เป็นประเพณีที่อยู่คู่กับพุทธศาสนิกชนไทยมาช้านาน โดยมีทั้งพิธีหลวงและพิธีราษฎร์ ในการถวายผ้าพระกฐินของพระมหากษัตริย์นั้น จะจัดเป็นพระราชพิธีที่สำคัญประจำปี โดยจะมีกำหนดระยะเวลาในการถวาย คือ ตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ไปจนถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 อันเป็นระยะเวลาที่เรียกว่า กฐินกาล

ส่วน ผ้ากฐิน ที่ใช้สำหรับถวายพระสงฆ์นั้น เป็นผ้าใหม่ก็ได้ ผ้าเทียมใหม่ก็ได้ หรือผ้าเก่าหรือผ้าบังสุกุลก็ได้ แต่ผ้าเหล่านี้จะต้องมีพอที่จะทำไตรจีวรผืนใดผืนหนึ่ง ซึ่งผ้าไตรจีวร ของพระสงฆ์มี 3 ผืน ได้แก่ สบง คือ ผ้านุ่ง
จีวร คือ ผ้าห่ม สังฆาฏิ คือ ผ้าซ้อนห่ม หรือผ้าพาด

ผ้านี้คือผ้าองค์กฐิน ส่วนสิ่งของอื่น ๆ ไม่ใช่องค์กฐิน แต่เป็นบริวารกฐิน บริวารกฐิน นี้จะมีมากหรือน้อยก็ได้ไม่มีกำหนด แล้วแต่ตามศรัทธาของผู้ถวาย เช่น เงิน หรือวัตถุสิ่งของ เพื่อนำสิ่งเหล่านี้มาพัฒนาถาวรวัตถุและทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ซึ่งจัดเป็นสังฆทานอย่างหนึ่งเช่นเดียวกันทั้งนี้ การถวายผ้าพระกฐินของพระมหากษัตริย์ จะมีด้วยกัน 3 ประเภท อันได้แก่

กฐินต้น เป็นการถวายผ้าพระกฐินที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปพระราชทานยังวัดราษฎร์เป็นการส่วนพระองค์ และไม่มีการพระราชพิธีใด ๆ ซึ่งจะกระทำเป็นประจำทุกปีโดยการจะเสด็จฯ ไปถวายผ้าพระกฐินต้นนี้ มีหลักเกณฑ์ คือ1. เป็นวัดที่ยังไม่เคยเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐินมาก่อน2. ประชาชนมีความเลื่อมใสในวัดนั้นมาก3. ประชาชนในท้องถิ่นนั้นไม่ค่อยมีโอกาสได้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เมื่อเสด็จพระราชดำเนินไปจะได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ อย่างใกล้ชิดด้วย

โดยส่วนมากแล้ว การถวายผ้าพระกฐินต้นจะเลือกพระราชทานแก่วัดในต่างจังหวัด โดยทางสำนักพระราชวังจะออกเป็นหมายรับสั่ง กฐินหลวง เป็นผ้าพระกฐินพระราชทานที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปพระราชทานด้วยพระองค์เอง หรือโปรดเกล้าฯ ให้พระบรมวงศานุวงศ์ชั้นผู้ใหญ่เสด็จฯ ไปพระราชทานแทนยังวัดสำคัญ ๆ หรือที่เรียกว่า วัดหลวง

กฐินหลวงนี้จัดเป็นเครื่องพระราชทานด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ และบางครั้งมีการจัดพิธีแห่เครื่องกฐินพระราชทานอย่างใหญ่โต โดยกระบวนพยุหยาตราชลมารค หรือกระบวนพยุหยาตราสถลมารถ แล้วแต่พระราชประสงค์ ซึ่งในปัจจุบันการเสด็จพระราชดำเนินทรงถวายผ้าพระกฐินอย่างพิธีใหญ่นั้น คงเหลือเพียงโดยกระบวนพยุหยาตราชลมารค

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีพระอารามหลวงสำคัญ ๆ อยู่ 16 แห่ง ที่โปรดเกล้าฯ ให้นำกฐินหลวงไปถวาย โดยสงวนไว้ไม่ให้มีการขอพระราชทาน คือกรุงเทพมหานคร จำนวน 12 พระอาราม1. วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม


2. วัดอรุณราชวราราม3. วัดราชโอรสาราม4. วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม5. วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม6. วัดบวรนิเวศวิหาร7. วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม8. วัดสุทัศนเทพวราราม9. วัดราชาธิวาส10. วัดมกุฏกษัตริยาราม11. วัดเทพศิรินทราวาส12. วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์จังหวัดนครปฐม จำนวน 1 พระอาราม13. วัดพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำนวน 2 พระอาราม


14. วัดนิเวศธรรมประวัติ อำเภอบางปะอิน15. วัดสุวรรณดาราราม อำเภอพระนครศรีอยุธยาจังหวัดพิษณุโลก จำนวน 1 พระอาราม16. วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ อำเภอเมืองพิษณุโลก

โดยการถวายผ้าพระกฐินหลวงนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จฯ ไปถวายผ้าพระกฐินด้วยพระองค์เองเพียงปีละ 8-9 วัดเท่านั้น นอกนั้นจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระบรมวงศานุวงศ์ หรือองคมนตรี หรือผู้ที่ทรงเห็นสมควรเป็นผู้แทนพระองค์ไปถวาย สำหรับกฐินที่กำหนดเป็นพระราชพิธีนี้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สำนักพระราชวังออกหมายกำหนดการเป็นประจำทุกปี

กฐินพระราชทาน เป็นกฐินที่ถือว่า ผ้าพระกฐิน บริขาร และบริวารกฐิน เป็นของหลวงทั้งสิ้น แต่เปิดโอกาสให้ส่วนราชการ องค์กร หรือบุคคลที่สมควร ขอรับพระราชทานอัญเชิญไปถวายยังพระอารามหลวงต่าง ๆ นอกจากพระอารามหลวงสำคัญ 16 แห่งดังกล่าว

เหตุที่เกิดกฐินพระราชทานเพราะว่าปัจจุบันวัดหลวงมีจำนวนมาก จึงเปิดโอกาสให้กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ตลอดจนคณะบุคคล หรือบุคลากรที่สมควรรับพระราชทานผ้ากฐินไปถวายได้ และผู้ที่ได้รับพระราชทานจะเพิ่มไทยธรรมเป็นส่วนตัวโดยเสด็จพระราชกุศลด้วยตามกำลังศรัทธาก็ได้


.
ปัจจุบันกระทรวง ทบวง กรม คณะบุคคล หรือบุคคลใดมีความประสงค์จะรับพระราชทานผ้ากฐินไปถวาย ณ วัดหลวงใด ก็ติดต่อไปยังกรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ ตามระเบียบครั้นสำนักราชเลขาธิการนำความกราบบังคมทูล และทรงพระกรุณาทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท เพื่อถวายพระราชกุศลในการที่หน่วยงาน องค์กร หรือบุคคลทั่วไป และอัญเชิญผ้าพระกฐินไปถวาย ณ อารามนั้น

ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

ขอขอบคุณข้อมูลข่าวจาก
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *