อดีตพระเอก เพิ่งรู้ว่าไม่ส บ า ย

เชื่อว่าหลายคนต้องรู้จักเขาคนนี้กันดีอย่ างแน่นอน สำหรับ โอ๊ต วรวุฒิ นิยมทรัพย์ เข้าสู่วงการด้วยการประกวด โดมอนแมน ปีพ.ศ.2533 เข้ารอบ 10 คนสุดท้าย ในช่วงแรกมีผลงานการเดินแบบ ถ่ายแฟชั่น ต่อมาเป็นที่รู้จักในทีวีจากโฆ ษ ณ าโค้ก ชุด เพื่อเมื่องไทยด้วยใจและใจ

จากนั้นก็มีผลงานทั้ง มิวสิกวิดีโอ ละครเวที พิธีกร และละครทีวี เช่น วาไรตี้ซิทคอม มหาชนอลเวง (2538) ชีวิตส่วนตัวแต่งงานแล้ว กับ จีน่า แฟนสาว แฟนเด็กอายุห่างกว่าตน 21 ปี

เพิ่งรู้ว่าไม่สบาย ขอใช้เวลาอยู่กับครอบครัว ‘โอ๊ต วรวุฒิ’ อยากทิ้งโรงแรม 100 ล้าน หลังเลิกอดีตนางเอกดังที่คบนาน 14 ปี

ตั้งแต่ขึ้นแท่นเป็นคุณพ่อลูกสองเราก็มักจะได้เห็นความน่ารักของ โอ๊ต วรวุฒิ นิยมทรัพย์ อยู่เสมอๆ ซึ่งเจ้าตัวได้เผยว่าที่ในช่วงนี้เห็นลุคใหม่ของตัวเองก็เพราะถูกภรรยาสุดที่รัก

พร้อมสารภาพจากคนที่ไม่เคยคิดมีครอบครัว แต่พอได้เจอ จีน่า คือ สยบอยู่กับที่กลายเป็นคนรักครอบครัว แต่ยังไงก็แล้วแต่ 30 ปีเศษๆ ที่โลดแล่นอยู่ในวงการมาสารพัดบทบาท

ที่ทำมีช่วงหนึ่งที่ โอ๊ต เบื่อมากไม่รับงานในวงการเลยเกิดอะไรขึ้น “หายไป 2 ปีครับช่วงนั้น เรารู้สึกว่ามันถึงทางตันมันไม่มีอะไรท้าทาย มันเริ่มไม่มีอะไรสนุกมันเริ่มแบบว่าบทซ้ำซาก”

“บทเดิมๆ ทางเดิมๆเราเคยเล่นมาหมดแล้วไม่รู้ว่าจะฉีกยังไงแล้ว เริ่มไม่มีความสุข เริ่มไม่อยากไปกองถ่าย แต่งหน้า ทำผม เรารู้สึกว่าบทที่เราเล่นมันฉีกไม่ออก”

“แล้วเวลาที่คนส่งบทมาในช่วงเวลาเดียวกันให้เราชอบส่งบทมาแบบซ้ำๆ ในคาแรคเตอร์เดิมๆ ก็จะส่งมาเป็นบทเดิมๆ เราก็มีความรู้สึกว่ามันก็ไม่มีไฟในการทำงาน”

“มันไม่ได้มีความคิดอะไรที่ใหม่ๆ เกิดขึ้น เลยรู้สึกเบื่อเราก็เลยปฏิเสธไปหมดเพื่อรอในบทที่เราชอบ ก็ไม่มีเรารอส่งมาเลย 2 ปี ไม่รับเลย ตอนนั้นที่เราปฏิเสธไปเป็นตอน”

“(เราอายุยี่สิบกว่าๆ เอง) เพราะเราเด็กมันเลยไม่กลัวเรามีความมุ่งมั่น เราก็รอๆ จนวันหนึ่งมันคิดถึง เราก็คิดว่าบทนี้ก็ได้นิ เริ่มสนุก ก็เลยกลับมา ตอนที่หยุดไปเหมือนเราไปชาร์จแบตให้ตัวเราเองด้วย”

แต่พอกลับมาเข้าสู่วงการกลับมาเล่น หลายเรื่องหลายบทบาท แต่พอมีลูกอยากกลับไปเล่นแต่กลับลูกไม่อยากรับละครอีกแล้ว “(หัวเราะ) อย่างที่แล้วช่วงที่แล้ว”

“ที่ผ่านมาเรามีความรู้สึกว่าทำงานไปถึงช่วงจุดจุดหนึ่งเราก็เริ่มรู้สึกว่าเรามีความสนุกกับงานเบื้องหลังละครก็ไปทำกับเพื่อนๆ พอทำได้สักพักก็รู้สึกว่าสนุกดี”

“เบื้องหน้าเราก็ค่อยๆเลือกบทที่เราอยากรับจริงๆ แล้วพอเราแต่งงานมีลูกก็มีความคิดที่ว่าเราจะทำอะไรเพื่อลูกก็มีความคิดที่ฉีกมาแล้ว เพราะงานในวงการไม่ได้เป็นสมบัติที่เป็นชิ้นๆ”

“ไม่สามารถส่งต่อให้ลูกเราได้ เราก็อยากเริ่มไปทำอะไรข้างนอกคือ ตั้งโครงการทำโรงแรมที่ บุรีรัมย์ แต่พอไปทำโครงการที่ บุรีรัมย์ แล้วเริ่มเหนื่อย ซึ่งตอนนั้นเราก็กำลังถ่ายละครอยู่ด้วย”

“แล้วเราก็ตั้งใจว่าพอจบเรื่องนี้เราจะหายไปสัก 2 ปีไปทำโรงแรมก่อน พอทำโรงแรมเสร็จแล้วเราจะกลับมา สานต่อในสิ่งที่เราคิดเอาไว้ แต่พอเราไปทำคือ มันไม่ใช่ 2 ปี”

“ทุกอย่างมันไม่จบมันไปเรื่อยๆ มีปัญหาเรื่องจุกจิก โน้นนี่ ที่สำคัญ คือ เรื่องของเวลา ของครอบครัวอันนี้คือ เราทรมานมากเพราะมันปั่นทอนจิตใจ เป็นโฮมซิก คือเราอยากอยู่กับครอบครัว”

“แต่เราไม่มีเวลาให้เขาเลยเพราะพอเราเริ่มทำโรงแรมสัก 2 เดือน ลูกคนที่สองมาแล้วคนแรกขวบกว่าๆ เกือบสองขวบเลยมีความสับสนว่าแล้วยังไงดี เขาจะเลี้ยงไหวไหม”

“เพราะเราก็ต้องดูงานอยู่ทางนี้ คือ ใจเราเป็นห่วงเขาตลอด เราก็เลยรู้สึกว่าไม่เอาล่ะจะไม่ทำโรงแรมแล้วปลดีกว่าแล้วกลับมาอยู่กรุงเทพฯ กับลูกแล้วหาอะไรทำไปเช้า เย็นกลับดีกว่าในตอนนั้นที่เรารู้สึก”

“ตอนนั้นคือ เราอ่อนแอมาก แต่สุดท้ายเราก็ไม่ได้ขายเพราะพอทำไปทุกอย่างเริ่มคลี่คลายมีพี่สาวมาช่วย ตอนนี้ทุกอย่างคือ ลงตัวมาก เราไม่ต้องลงไป บุรีรัมย์ เลยอยู่กับลูกเต็มที่เลย”

ก่อนที่ โอ๊ต วรวุฒิ จะมีครอบครัวสมบูรณ์อย่างทุกวันนี้ เจ้าตัวเคยคบกับอดีตนางเอกสาว ลินดา ครอส ที่ดูใจกันมานานกว่า 14 ปี และทั้งคู่ลดระดับความสัมพันธ์เหลือแค่เพียงเพื่อนสนิท

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *