สาวสุดงง

ถือเป็นเรื่องราวที่น่าเห็นใจสาวท่านหนึ่งมากๆ หญิงสาวท่านดังกล่าวเธอแค่อย ากไปเที่ยวพักผ่อน แต่กับโดนทางโรงแรม 5 ดาว เอาผิดเรื่องหมอนหาย 4 ใบ ด้วยหลักฐานที่ไม่เพียงพอเลย จนทำให้หญิงสาวช็อกที่ได้โดนโรงแรม 5 ดาว แจ้งความจับหมอนหาย 4 ใบ ราคา 3,600 บาท ทั้งที่หลักฐานมีเพียงภาพนิ่งวงจรปิดมุมเดียว ส่วนกล้องวงจรปิดเสี ย สุดท้ายจบเรื่องเพราะหลักฐานไม่พอ แต่ชาวเน็ตไม่จบ ขอให้ฟ้องกลับเรียกค่าเสี ยหายราว 3-4 แสน
เวลาที่เราไปพักที่โรงแรมหรือรีสอร์ตต่างๆ ก่อนเช็กเอาต์ มักจะมีพนักงานมาตรวจสอบความเรียบร้อยของห้องเสมอว่ามีอะไรหายหรือไม่ ถ้าไม่มีก็ปล่อยกลับบ้าน แต่ถ้ามีลู กค้าจะต้องเสี ยค่าปรับ ซึ่งถ้าตกลงไม่ได้ อาจจะจบลงแบบกรณีนี้

ล่าสุดเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2564 ทางด้านสมาชิกเว็บไซต์พันทิปท่านหนึ่ง ก็ได้มีการเล่าเรื่องราวการไปพักที่โรงแรม 5 ดาวแห่งหนึ่ง มีรายละเอียดดังนี้

วันแรก
สาวคนนี้ได้ไปพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่ านฝั่งธนบุรี เช็กอินเสร็จก็ขอหมอนเพิ่ม 3 ใบ พอเข้าสู่ช่วงก่อนนอนก็ขอหมอนเพิ่มอีก 2 ใบ พร้อมถังแช่และแก้วไวน์ ทำให้มีหมอนที่ขอมาใหม่รวม 5 ใบ บวกกับของที่มีอยู่ในห้องอีก 4 ใบ ในห้องจึงมีหมอนทั้งหมด 9 ใบ

วันที่ 2
มีพนักงานมาทำความสะอาดห้อง และมีการเก็บหมอนไปบางส่วน ไม่แน่ใจว่ากี่ใบ แต่รู้สึกว่านอนแล้วไม่เหมือนเดิม จึงขอหมอนเพิ่มอีก 2 ใบ ทางพนักงานจึงตอบกลับมาว่า มีการขอไปแล้ว เธอจึงตอบไปว่า มีการเข้ามาทำความสะอาดห้องและพนักงานเก็บไปแล้ว จึงอย ากได้เพิ่ม อย ากให้นอนสบายเหมือนคืนแรก

สำหรับสาเหตุที่เธอต้องขอหมอนเยอะๆ เพราะเธออย ากนอนให้สบาย ที่บ้านมีหมอนประมาณ 12-14 ใบได้ นอกจากนี้ เวลาขอหมอนทีไร มักจะมีการให้ทิปเสมอ ยกเว้นกรณีที่ไม่มีแบงก์ย่อยจริงๆ ก็จะไม่ให้

วันเช็กเอาต์
มีการตรวจสอบต ามปกติ และคืนเงินมัดจำ 2,000 บาทให้ แต่ในช่วงเย็นมีโทรศัพท์มาถามแฟนเธอเรื่องหมอน เธอบอกว่า มีการขอเพิ่มและทิ้งทุกอย่างไว้ที่ห้องต ามปกติ

ผ่านไปหลายวัน ก็มีทางโรงแรมโทรศัพท์ถามแฟนเธอเรื่องหมอนอีกครั้ง แต่เธอก็ไม่ได้เอะใจอะไร
หมายตำรวจมาติดหน้าบ้าน
เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม หลังจากผ่านการพักที่โรงแรมไป 1 เดือน ก็มีหมายตำรวจมาติดหน้าบ้าน ใจความของหมายคือ คนร้ า ยเข้ามาห้องพักที่โรงแรม และหมอนของโรงแรมถูกลักไป จึงขอให้ไปพบตำรวจด้วย เธอจึงไปถามตำรวจ ตำรวจบอกว่า ตอนแรกที่โรงแรมมาแจ้งความ ตำรวจขอให้ลงบันทึกประจำวันและไปเคลียร์กันเองก่อน แต่ทางโรงแรมยืนยันจะไปแจ้งความ ทำให้ต้องออกหมายเรียกมาไต่สวน

หลังจากคุยกับตำรวจ ก็คุยกับทางโรงแรม ทางโรงแรมบอกว่า ที่ต้องทำแบบนี้กรณีที่มีของหาย เพราะหมอนเป็นทรัพย์สินของโรงแรม และมีการทวงถามไปยังคุณผู้ชายแล้ว แต่ก็ไม่ได้ของคืน

เธอจึงยืนยันว่า ไม่ได้เอาอะไรออกไปแน่นอน และทางแม่บ้านก็เช็กเรียบร้อยแล้ว พร้อมคืนเงินมัดจำ 2,000 บาท หลังจากนั้นมีการโทรศัพท์มาถามเรื่องหมอนจริง แต่เราไม่รู้เรื่อง และไม่ได้เอาไป จึงไม่ได้สนใจอะไร

เมื่อถามว่า หมอนที่หายไปนั้นมีทั้งหมดกี่ใบ ทางโรงแรมบอกว่า 9 ใบ ทำให้เธอตกใจมาก เพราะหมอน 9 ใบ จะเอาออกไปง่ายๆ ได้ยังไง โรงแรมคิดอะไรอยู่ แต่สุดท้าย เมื่อตรวจสอบจริงๆ หมอนหายไป 4 ใบ มูลค่า 3,632 บาท

เมื่อถึงวันไกล่เกลี่ยที่โรงพัก
เธอพย าย ามหาหลักฐานทุกอย่ างเพื่อยืนยันว่าตัวเองไม่ได้ทำ ซึ่งในวันที่พักโรงแรม เธอก็ถ่ายรูปที่พักเอาไว้เยอะ จึงหวังเอาใช้เป็นหลักฐาน ส่วนทางโรงแรมก็ให้ รปภ. มาพร้อมหลักฐาน คือเอกสารต่างๆ แต่ไม่มีภาพวงจรปิด ดังนั้น ทุกคนจึงต้องเดินทางไปดูที่โรงแรม

พอไปถึงพบว่า ฮาร์ดดิสก์เสี ย มีเพียงแต่รูปที่แคปเอาไว้ตอนเปิดดูเหตุการณ์ในวันนั้น เป็นภาพที่เธอเดินเข้าและออกจากห้องพัก โดยมีมุมนั้นมุมเดียว ไม่มีมุมอื่นๆ เลย เช่น ในลิฟต์ ล็อบบี้ ลานจอดรถ

นอกจากนี้ เธอยังลองเอาหมอนของโรงแรมใส่กระเป๋าที่เธอพกไปในวันนั้น แสดงให้เห็นว่า ยังไงหมอนก็ใส่กระเป๋าแอบเอาออกไม่ได้ เพราะกระเป๋ามีขนาดเล็ก หมอนแน่นกระเป๋า

ตอนจบเรื่องนี้คือ โรงแรมปัดจบเคสเพราะกล้องเสี ย จึงไม่เอาความต่อ และไม่มีการขอโทษใดๆ อีกด้วย

ความคิดเห็นจากชาวเน็ต
คนที่ได้อ่านเรื่องนี้ หลายคนแนะนำให้เจ้าของเรื่องฟ้องโรงแรมกลับ เพราะมองว่าโรงแรมผิดหลายจุด เช่น ตอนเช็กเอาต์ไปนาน ทำไมเพิ่งรู้ว่าหมอนหาย รวมถึงกล้องวงจรปิดเสี ย ก็มาโ ท ษเจ้าของกระทู้ไม่ได้ ไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน ถ้าคิดฟ้องกลับจริงๆ ยังไงก็ชนะคดี น่าจะได้เงินราว 3-4 แสนบาท
ส่วนคนอื่นๆ ก็มีตั้งข้อสงสัยว่า ความผิดอาจจะอยู่ที่แม่บ้าน อาจจะไม่ได้ลงบันทึกเอาไว้ ทำให้เกิดปัญหานี้ขึ้นมา ขณะที่คนที่ทำงานด้านโรงแรมโดยตรง ยืนยันว่า กรณีแบบนี้เป็นไปได้ย าก เพราะถ้ามีการขออะไรเพิ่ม โรงแรมจะมีการลงบันทึกทันที และเวลาเช็กเอาต์ แม่บ้านจะเข้าไปดูอย่ างรวดเร็วที่สุด

โพสต์ดังกล่าว

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *