ร ว มรูปภาพธ น บั ต รที่ใช้ในรัชสมัยร.8

ร ว มรูปภาพธ น บั ต รที่ใช้ในรัชสมัยร.8

รวมรูปภาพธ น บั ต รที่ใช้ในรัชสมัยพ ร ะบาทสมเด็จพ ร ะปรเมนทรมหาอานันทมหิด ล มาฝาก เพื่อให้ปวงชนชาวไ ท ยได้น้อมรำลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 8

หน้าตาของธนบัตรในสมัยรัชกาลที่ 8 จะเป็นอ ย่ า งไร มาดูไปพ ร้ อ มกันเลยค่ะ

ธนบัตรแบบ 3 รุ่น 2

มี 4 ชนิดราคา คือ 1, 5, 10 และ 20 บาท

อ อ กใช้ช่วงต้นรัชกาลที่ 8 โดยก ร ะ ท รว งการค ลั งได้นำธนบัตรแบบ 3 (ธนบัตรรัชกาลที่ 7) มาเปลี่ยนพ ร ะบรมสาทิสลักษณ์เป็น “สมเด็จพ ร ะเจ้าอยู่หัวอานันท ม หิ ด ล” และเริ่มอ อ กใช้ในปี 2479

ธนบัตรแบบ 4

มี 6 ชนิดราคา คือ 1, 5, 10, 20, 100 และ 1000 บาท

เริ่มแรกไ ท ยได้สั่งบริษัท โทมัสเดอลารู ของประเทศอังก ฤ ษ พิมพ์ธนบัตรแบบ 4 โดยธนบัตร 1 บาทเป็นแบบแรกที่นำ อ อ ก ใช้ในปี 2481

ครั้นเ กิ ดส ง ค ร า ม โ ล กครั้งที่ 2 ก อ ง ทั พ ญี่ ปุ่ นได้เข้ามาตั้งฐานทัพในไ ท ย พ ร้ อ มยื่ นข้อเสนอให้จัดตั้งหน่วยงานธ น า ค า รแห่งประเทศไ ท ย และไทยต้องยุ ติ ก า รสั่งทำธนบัตรกับบริษัท โทมัสเดอลารู เนื่องจากเป็นบ ริ ษั ทของประเทศคู่ส ง ค ร า ม

การทำธนบัตรแบบ 4 นี้ รัฐบาลจึงได้มอบหมายให้ก ร มแผนที่ทหารบกจัดพิมพ์ธนบัตร โดยได้รับการสนับส นุ นจากญี่ปุ่ น

ธนบัตรแบบ 5

มี 7 ชนิดราคา คือ 50 สต., 1, 5, 10, 20, 100 และ 1000 บาท

ธนบัตรชุดนี้เป็นธนบัตรที่สั่งพิ ม พ์กับโรงงานพิมพ์ธนบัตรที่ประเทศญี่ปุ่น โดยมีบริษัท Mitsui Bussan Kaisha เป็นตั ว แ ท นติ ด ต่ อให้

ธนบั ต รแบบ 5 นี้นับว่าเป็นชุดธนบัตรที่มีแต่เรื่องวุ่นว า ย ไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่นถู กโ จ มติจ า กฝ่ายสัมพันธมิ ต รทำให้เ กิ ดการข า ด แ ค ล น วั ส ดุในการผ ลิ ต ธนบัตรเกิดการสู ญ ห า ยและถู ก ไ ฟไหม้ระหว่างการขนส่งทางอาก า ศ ส่วนทางน้ำก็ถูกโ จ มติโดยฝ่ายสัมพันธมิตร ครั้นเข้าไ ท ยมาแล้วก็ยังถู ก คน ร้ า ย ลั ก ล อ บ ถี บหิบธนบัตรลงจากรถไ ฟ ที่สถานีท่ า ฉ า ง จ.สุราษฎร์ธานี ต ล อ ดจนเ กิ ดการป ล อ ม แ ป ล งธนบัตร แถมยังนำเข้ามาหมุนเวี ย นในระบบอีกด้วย

โดยเรื่องการป ล อ ม แ ป ล งธนบัตรนี้ กระท ร ว งการค ลั งได้ออกประกาศวันที่ 24 สิงหาคม 2489 แจ้งหมายเลขที่ผิ ด ก ฎ ห ม า ย และดำเนินการสื บ ส ว น ส อ บ ส ว น ซึ่งธนบัตรป ล อ มกลุ่มนี้มีชื่อเรียกในสมัยนั้นว่า “ธนบัตรไท ย ถี บ” หรือ “ธนบัตรเ ล้ งท่าฉาง”

ธนบัตรแบบ 6

ธนบัตรชุดนี้มี 2 ชนิดราคา คือ 20 บาทและ 100 บาท

แบ่งเป็นอ ย่ า งละ 2 รุ่น ซึ่งเป็นการนำรูปแ บ บธนบัตรแบบ 4 มาใช้พิมพ์ใหม่

ในช่วงส ง ค ร า มโ ล กครั้งที่ 2 ปริมาณธนบัตรที่มีใช้ไม่เพี ย งพอต่อความต้องการ อีกทั้งธนบัตรเดิมมีส ภ า พชำรุ ดร ว ดเร็ว รัฐบาลจึงมีความจำเป็นต้ อ งเพิ่มการผลิตธนบัตร โดยให้ก ร ม อุ ท ก ศ า ส ต ร์ท ห า รเรือช่วยพิมพ์อีกแห่งหนึ่ง ใช้กระดาษจากโ ร ง ง า นกระดาษไ ท ย กาญจนบุรี

5 ธนบัตรแบบ 7

มี 4 ชนิดราคา คือ 1, 5 (2 รุ่น), 10 (2 รุ่น) และ 50 บาท

จัดพิมพ์โดยโรงพิ ม พ์ทางราชการและเอ ก ช นของประเทศไ ท ย

ธนบัตรแบบ 7 นี้เป็นการพิ ม พ์ขึ้นแบบเ ร่ ง ด่ ว นด้วยวั ส ดุที่มีอย่างจำกัด คุณภาพของธนบัตรจึงอาจไม่ดีนัก การผ ส มสีหมึกก็ไม่ได้มาต ร ฐ า น จึงทำให้ธนบัตรชนิดราคาเดียวกันนี้มีสีที่ต่างกัน

และด้วยการมีวัสดุอ ย่ า งจำกัด จึงจำเป็นต้องลด ขนาดธนบั ต ร ล ง โดยรัฐบาลได้ล ด ข น า ดของธนบัตร 5 บาท รุ่น 2 และลดขั้นตอนการพิมพ์หมายเลขและลายเซ็นให้เป็นการพิมพ์ด้วยหมึกดำสีเดียว

ธนบัตรแบบ 8

ธนบัตรชุดนี้มี 5 ชนิดราคา คือ 1, 5, 10, 20 และ 100 บาท

เกิดขึ้นหลังการสิ้ น สุ ด ลงของส ง ค ร า ม โ ล กครั้งที่ 2 ในเดือนสิงหาคม 2488 ไทยเกิดภา ว กา รณ์ป ล อ มแปลงธนบัตรขึ้นอีกครั้ง โดยพบการร ะ บ า ด อ ย่ า ง ยิ่ ง ของธนบั ต ร ป ล อ ม 20 บาทและ 50 บาท

รั ฐ บ า ลจึงเตรียมการประกาศการยกเ ลิ กธนบั ต ร 2 ชนิดราคาดังกล่าว และก่อนหน้าจะประกาศยกเ ลิ กรัฐบาลก็ได้เตรียมการล่วงหน้าด้วยการติ ด ต่ อสั่งพิมพ์ธนบัตรเพิ่มจากบริษัทโทมัสเดอลารู ประเทศอังกฤษ เพื่อให้ทันเพื่อให้ทันต่อการแลกธนบัตรที่จะย ก เ ลิ ก แต่ทางบริษัทโทมัสฯ ยังไม่ฟื้ น ตั วจากภ า ว ะ ส ง ค ร า ม รั ฐ บ า ล ไ ท ยจึงติดต่อไปยังบริษัท Tudoor Press Inc. สห รั ฐ อ เ ม ริ ก าแทน

กระทั่งในเดือนตุลาคม 2489 เ กิ ด เ ห ตุให้สิ้นสุดรัชกาลที่ 8 และเริ่มรัชสมัยรัชกาลที่ 9 ธนบัตรที่สั่งพิ ม พ์ไว้ล็อตแรกก็ได้เดินทางมาถึงประเทศไ ท ย รัฐบาลจึงทำการประกาศย ก เ ลิ กธนบั ต ร 2 ชนิดราคาดังกล่าวทันที ให้ผู้ถือธนบัตรดังกล่าวมาแ ล กเปลี่ยนเป็นธนบัตรราคาอื่นแทน หรือใช้ชำร ะ ห นี้ แก่รั ฐ บ า ล แ ท นก็ได้

ทั้งนี้ ธนบัตรแบบ 8 ถูกสั่ งพิ มพ์มากกว่า 300 ล้านฉบับ ซึ่งนับว่าเป็นธนบัตรชุดที่มีคุณภ า พมากกว่าแบบอื่น ๆ ที่ผ่านมา แถมยังมีเ ท คโนโลยีป้ อ ง กั นการ ป ล อ ม แ ป ล ง อีกด้วย นับเป็นเรื่องใหม่อ ย่ า ง มากในส มั ยนั้น

ขอขอบคุณที่มา : https://bit.ly/2SqpnQT

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *