ในหลวงและพระราชินี เสด็จฯ เป็นองค์ประธานในงานปัญญาราตรี

พระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในงาน ปัญญาราตรี ที่จัดขึ้นเพื่อหารายได้

สร้างอาคารศูนย์วิจัยปัญญาอ่อน โดยใช้เป็นอาคารสำหรับค้นคว้าวิจัย หาสาเหตุและป้องกันการเกิดภาวะปัญญาอ่อน และอาคารพลานามัย เพื่อใช้เป็นอาคารสำหรับฝึกอบรมและพัฒนา เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2513 เมื่อ52ปีที่แล้ว

สถาบันราชานุกูล เดิมมีชื่อว่า ‘โรงพยาบาลปัญญาอ่อน’ เป็นโรงพยาบาลพิเศษเฉพาะที่ตั้งขึ้นเพื่อให้บริการด้านบำบัดรักษาผู้ที่มีภาวะบกพร่องทางสติปัญญา แห่งแรกในประเทศไทย โดยมีพิธีรับมอบเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2503

ต่อมาทางโรงพยาบาลได้จัดบริการด้านการฝึกอบรม ซึ่งเริ่มจากการมีห้องเรียนในปีแรกเพียงห้องเดียวกั้นแบ่งออกจากตึกนอนของคนไข้ส่วนหนึ่ง และมีพยาบาลช่วยกันสอนในระยะแรก เพื่อให้นักเรียนรู้จักสิ่งรอบ ๆ ตัวเองและให้มีกิจกรรมทำ จากนั้น 2 ปีต่อมาจึงขยายเป็น 3 ห้องเรียน และเริ่มมีครูเข้ามาร่วมสอน

กระทั่งในปี พ.ศ. 2506 ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระมหากรุณาธิคุ พระราชทานเงินรายได้จากการฉายภาพยนตร์ส่วนพระองค์ ชุดเสด็จฯ เยือนประเทศมาเลเซีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เพื่อสร้างโรงเรียนสอนเด็กที่มีภาวะบกพร่องทางสติปัญญา ให้รู้จักช่วยเหลือตนเองในชีวิตประจำวัน สามารถปรับตัวและเรียนรู้การอยู่ร่วมในสังคมได้อย่างปกติสุข รวมถึงการสอนวิชาชีพให้ตามความถนัดของเด็กที่สามารถจะเรียนรู้ได้ นับเป็นต้นแบบโรงเรียนการศึกษาพิเศษแห่งแรกในประเทศไทย

โดยพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนาม ว่า “โรงเรียนราชานุกูล” มีความหมายอันเป็นสิริมงคล ว่าได้รับการ “เกื้อหนุน” โดยพระราชา ซึ่งเริ่มแรกโรงเรียนราชานุกูลแห่งนี้มีห้องเรียน 10 ห้อง ต่อมาจึงได้งบประมาณพัฒนาสร้างอาคารเรียนเพิ่มขึ้นอีก 1 หลัง ทำให้การเรียนการสอนสมบูรณ์ขึ้น และในหลวงรัชกาลที่ 9 พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานใน #พิธีเปิดโรงเรียนราชานุกูล เมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2507

ในเวลาต่อมา ‘โรงพยาบาลปัญญาอ่อน’ ได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตใช้ชื่อ “โรงพยาบาลราชานุกูล” เช่นเดียวกับชื่อของโรงเรียน ซึ่งล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 9 ได้มีพระบรมราชานุญาต เมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2522

กระทั่งวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2533 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีเปิด ‘อาคารผู้ป่วยนอก’ ของโรงพยาบาลฯ พระองค์ทรงมีพระราชดำริว่า ‘ควรมีมูลนิธิเพื่อเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงความร่วมมือร่วมใจ จากหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน และผู้มีกุศลจิต เพื่อสนับสนุนกิจการของโรงพยาบาลราชานุกูล และช่วยเหลือบุคคลผู้บกพร่องทางสติปัญญาโดยทั่วไปที่ขาดแคลนทุนทรัพย์’

ดังนั้น มูลนิธิเพื่อโรงพยาบาลราชานุกูล จึงถือกำเนิดขึ้นในวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2534 โดยได้รับพระกรุณาธิคุณจาก ‘สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์’ ทรงรับเป็นองค์อุปถัมภ์ ซึ่งในแต่ละปีพระองค์จะพระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์สนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิฯ และพระราชทานทุนการกุศลสมเด็จย่าสนับสนุนโครงการต่างๆ ในอันจะเกิดประโยชน์เป็นอย่างยิ่งแก่หน่วยงานต่างๆ ของโรงพยาบาลราชานุกูล

ทั้งนี้ มีการเปลี่ยนชื่อจากโรงพยาบาลราชานุกูลเป็น #สถาบันราชานุกูล ในปี พ.ศ. 2547 ‘มูลนิธิเพื่อโรงพยาบาลราชานุกูล’ จึงเปลี่ยนชื่อเป็น “มูลนิธิเพื่อสถาบันราชานุกูล ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์” ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2548 เป็นต้นมา

ภาพ 1: ในหลวงรัชกาลที่ 9 และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในงานปัญญาราตรี ที่จัดขึ้นเพื่อหารายได้สร้างอาคารศูนย์วิจัยปัญญาอ่อน เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2513

ภาพ 2-7: ในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธีเปิด “โรงเรียนราชานุกูล” เมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2507

ภาพ 8: ในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธีเปิด “ตึกดรุณพัฒนา” ซึ่งเป็นอาคารใช้สำหรับเตรียมความพร้อมให้แก่เด็กที่มีภาวะบกพร่องทางสติปัญญาก่อนไปโรงเรียน เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2509

ภาพ 9: การฉายภาพยนตร์ส่วนพระองค์ที่ศาลาเฉลิมกรุง ชุดเสด็จฯ เยือนประเทศมาเลเซีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เพื่อเป็นทุนจัดสร้างโรงเรียนสอนเด็กที่มีภาวะบกพร่องทางสติปัญญา

ที่มา: เพจน้ำเงิน