สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิรโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร เสด็จเปิดศูนย์เรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ณ เรือนจำชั่วคราวโคกตาบัน จังหวัดสุรินทร์

เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2565.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ได้ทรงน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้เป็นโปรแกรมในการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย ในเรือนจำชั่วคราวภายใต้โครงการกำลังใจฯ

นอกจากการน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้แล้วยังพระราชทานแนวทางให้พัฒนาพื้นที่เรือนจำชั่วคราวในโครงการกำลังใจฯ เป็นศูนย์เรียนรู้ให้กับผู้ต้องขัง เจ้าหน้าที่และบุคคลภายนอก พัฒนาพื้นที่เรือนจำชั่วคราวโคกตาบัน จังหวัดสุรินทร์ ให้เป็นศูนย์เรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร

และได้รับความร่วมมือจากนักวิชาการ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ ในการจัดพื้นที่เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้ โอกาสนี้ ทรงกดปุ่มเปิดแพรคลุมป้ายศูนย์เรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร

จากนั้นเสด็จเข้าศูนย์เรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ทอดพระเนตรและทรวงร่วมกิจกรรมในฐานการเรียนรู้ จำนวน ๘ ฐาน ได้แก่ ฐานเรียนรู้โรงเรียนชาวนา ร้านกาแฟกำลังใจ จุดเช็คอินพื้นหลังนา ฐานเรียนรู้ผลไม้ยกร่อง ฐานเรียนรู้การเลี้ยงจิ้งหรีด ฐานเรียนรู้คันนาทองคำ ฐานเรียนรู้หมอยาสมุนไพร ฐานเรียนรู้เกษตรผสมผสาน พืช ปศุสัตว์ ประมง

รงร่วมกิจกรรมการฝึกอบรมหลักสูตรการน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย ทรงมีพระปฏิสันถารกับผู้ต้องขัง และเจ้าหน้าที่เรือนจำ ว่า “ดีใจที่ได้มาเยี่ยมชาวสุรินทร์ ซึ่งมาเป็นครั้งที่ ๓ ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่การอบรมโครงการกำลังใจเศรษฐกิจพอเพียง

เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต ขอให้ท่านได้นำสิ่งที่เรียนรู้ ฝึกฝน และวางแผนไว้ว่าเมื่อเรากลับบ้านไปแล้วเราจะชีวิตอย่างไรดี และหากต้องการเรียนรู้สิ่งใดเพิ่มเติม จะหาหลักสูตรเข้ามาให้ โดยช่วงเวลาปัจจุบันเป็นช่วงเวลาการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย เป็นช่วงเวลาที่จะได้คิดถึงช่วงอนาคตอย่างมีสติ อย่างมีแผน เป็นการตั้งสติก่อนสตาร์ทแล้วจะไม่พลาดพลั้งอีกต่อไป”

ปัจจุบันเรือนจำชั่วคราวโคกตาบัน ได้อบรมผู้ต้องขังในโครงการกำลังใจฯ เป็นรุ่นที่ ๑๕ จำนวน ๑๑๐ คน จากนั้นทรงทอดพระเนตรนิทรรศการของหน่วยงานที่สนับสนุนกิจกรรมการคืนคนดีสู่สังคม ได้แก่ กรมหม่อนไหมซึ่งได้มาสอนในเรื่องการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม และการทำผลผลิตจากลูกหม่อน บริษัทเงินติดล้อ จำกัด (มหาชน)

ได้เข้ามาให้ความรู้ด้านการเงิน และได้มอบชุดสื่อเรียนรู้ในรูปแบบวิดีโอให้กับกองทุนกำลังใจฯ เพื่อส่งต่อให้กับเรือนจำนำไปให้ผู้ต้องขังและเจ้าหน้าที่สมารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง นอกจากนี้ยังมีคนต้นแบบซึ่งเป็นผู้ที่เข้าร่วมในโครงการและได้ออกไปประกอบอาชีพประสบความสำเร็จ

สามารถเป็นตัวอย่างให้แก่คนอื่นๆได้ มาเฝ้ารับเสด็จ และทรงพระราชทานอาหารจากร้านข้าวต้มเมืองช้าง ซึ่งเป็นร้านของคนต้นแบบ ให้แก่ผู้ต้องขังเรือนจำชั่วคราวโคกตาบันด้วย

ขอขอบคุณข้อมูลข่าวจาก
https://bit.ly/3s5fBSR