สดุดีทั้งหัวใจ ม.ร.ว. รุจีสมร ศรัทธาซื้อไม่ได้ด้วยเงิน

สิ้น “ม.ร.ว.รุจีสมร สุขสวัสดิ์” อดีตคุณครูใหญ่โรงเรียนวรรณวิทย์ ถึงแก่อนิจกรรมแล้ว สิริอายุ ๑๐๑ ปี “ม.ร.ว.รุจีสมร สุขสวัสดิ์” เสียชีวิตด้วยอาการสงบ จากโรคชรา โดยเสียชีวิตในช่วงเวลาประมาณ ๐๑.๐๐ น. ในคืนวันที่ ๓ พฤษภาคม

๒๕๖๕ ณ โรงพยาบาลทหารผ่านศึก ซึ่งการเสียชีวิตของ “ม.ร.ว.รุจีสมร สุขสวัสดิ์” นำความโศกเศร้ากับบรรดาลูกศิษย์และคุณครูโรงเรียนวรรณวิทย์ และกำหนดรดน้ำศพ ณ วัดธาตุทอง เวลาประมาณ ๑๕.๓๐ น.ในวันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๖๕

“ม.ร.ว.รุจีสมร สุขสวัสดิ์” ดำรงตำแหน่งครูใหญ่ของโรงเรียนวรรณวิทย์ เมื่อปี ๒๔๙๗ เป็นโรงเรียนไม้เล็ก ๆ ที่แวดล้อมไปด้วยหมู่ตึกสูงราคาแพง ในสุขุมวิท ซอย ๘

หัวเรือใหญ่วัย ๑๐๑ ปี ที่ใช้แรงศรัทธาสานต่อ “โรงเรียนวรรณวิทย์” ถึงแม้โรงเรียนต้องประสบปัญหาขาดทุนมาตลอด แต่ก็ไม่เคยคิดตกลงใจยอมรับการเสนอซื้อจากนักลงทุนที่หมายตาทำเลทองแห่งนี้แม้แต่ครั้งเดียว แม้ว่าที่ดินเล็ก ๆ ผืนนี้จะมูลค่านับ ๑,๐๐๐ ล้านบาทก็ตาม (แต่สุดท้ายก็ต้องเลิกกิจการไปในที่สุด)

“ม.ร.ว.รุจีสมร สุขสวัสดิ์” เกิดเมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๔๖๓ ใช้ชีวิตอย่างพอเพียงในบ้านหลังเล็ก ๆ รั้วเดียวกันกับโรงเรียน ไม่แปลกที่ครูใหญ่จะพูดอยู่เสมอว่า “…วรรณวิทย์เป็นที่ของแม่ โรงเรียนของแม่ และบ้านของแม่…” บ้านหลังนี้สร้างมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๔ เป็นบ้านไทยยกพื้นเตี้ย ๆ สร้างจากไม้ทั้งหลัง มีหน้าต่างรอบบ้าน ช่วยให้รับลมเย็นสบาย

โรงเรียนวรรณวิทย์ ก่อตั้งโดยหม่อมผิว สุขสวัสดิ์ ณ อยุธยา เมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๔๘๙ ต่อมาหม่อมผิว มีอายุมากขึ้น จึงให้ธิดาคนเล็กคือ “ม.ร.ว.รุจีสมร สุขสวัสดิ์” เป็นผู้จัดการ และครูใหญ่แทน โดยเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๔๙๗

ปัจจุบัน โรงเรียนมีพื้นที่ขนาด ๓ ไร่ อาคารเรียนเป็นอาคารไม้สองชั้น มีนักเรียนประมาณ ๕๐๐ คน ทางโรงเรียนคิดค่าเทอมเพียงเทอมละ ๑,๖๐๐ บาทเท่านั้น ซึ่งถือว่าถูกมาก เนื่องจากนักเรียนส่วนมากเป็นบุตรหลานของผู้ที่มีรายได้น้อยในละแวกนี้ แม้จะมีผู้ขอซื้อที่ดินไปสร้างเป็นโรงแรมและคอนโดมิเนียมโดยให้ราคาสูงถึงพันล้านบาท แต่ทาง “ม.ร.ว.รุจีสมร สุขสวัสดิ์” ซึ่งเป็นผู้บริหารยืนยันที่จะไม่ขาย ด้วยต้องการจะให้เป็นสถานที่ให้การศึกษาแก่เด็ก ๆ ต่อไป

ครูเก่าแก่หลาย ๆ คนของ “โรงเรียนวรรณวิทย์” เล่ากันว่า ครูใหญ่รักแม่มากเหลือเกิน สิ่งที่พิสูจน์คำบอกเล่านี้ได้ดีที่สุดก็คือ ครูใหญ่ยังคงเก็บเตียงพยาบาลหลังเก่าที่รับใช้บั้นปลายของชีวิตของหม่อมผิวเอาไว้ในบ้าน แต่นั่นก็ยังไม่เท่ากับน้ำตาคลอ ๆ เต็มสองนัยน์ตาเมื่อเล่าเรื่องเก่าๆ ของแม่ เนื่องจากหม่อมผิวหาเลี้ยงชีพจากการเขียนหนังสือ นำเงินที่ได้มาเลี้ยงดูลูกสาวตั้งแต่ยังเล็ก ทั้งยังเก็บเงินซื้อที่ดินเพื่อสร้างโรงเรียน เป็นต้นแบบของหญิงนักสู้ที่ยืนหยัดเพื่ออุดมการณ์อย่างแท้จริง

จากคำบอกเล่าของครูคนอื่น ๆ จะเห็นว่าครูใหญ่เป็นมากกว่าผู้สอนหนังสือ เพราะเป็นผู้ให้โอกาส ให้ชีวิตใหม่กับคนอีกหลาย ๆ คน ถึงจะไม่แน่ใจนักว่าจะมีคนแบบครูใหญ่อีกกี่คนในโลกใบนี้ แต่สิ่งที่มั่นใจได้ก็คือ เมล็ดพันธุ์แห่งความดีของครูใหญ่จะเติบโตและหยั่งรากลึกในหัวใจของคนอีกหลายคนอย่างแน่นอน

สุดท้าย “โรงเรียนวรรณวิทย์” ก็ได้ปิดตัวลง ที่ก่อตั้งมาเป็นเวลา ๗๕ ปี โดยจะยุติการสอนในภาคเรียนนี้ หม่อมราชวงศ์รุจีสมร สุขสวัสดิ์ ใช้ชีวิตอย่างพอเพียงในบ้านหลังเล็กๆ รั้วเดียวกันกับโรงเรียน ไม่แปลกที่ครูใหญ่จะพูดอยู่เสมอว่า “วรรณวิทย์เป็นที่ของแม่ โรงเรียนของแม่ และบ้านของแม่”

บ้านหลังนี้สร้างมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 เป็นบ้านไทยยกพื้นเตี้ยๆ สร้างจากไม้ทั้งหลัง มีหน้าต่างรอบบ้าน ช่วยให้รับลมเย็นสบาย บ้านหลังนี้ไม่มีการตกแต่งฟุ้งเฟ้อ โรงเรียนเป็นอย่างไร บ้านของครูใหญ่ก็เป็นอย่างนั้น คือมีเฉพาะของที่จำเป็น อยู่กันอย่างพอเพียง

เบอร์โทรศัพท์บ้านครูใหญ่ เป็นเบอร์เดียวกับโรงเรียนวรรณวิทย์ ไม่มีการแบ่งแยกระหว่างบ้านกับโรงเรียน ทั้งชีวิตของครูใหญ่อยู่ในผืนดินของแม่แห่งนี้ ครูเก่าแก่หลายๆ คนเล่ากันว่า ครูใหญ่รักแม่มากเหลือเกิน สิ่งที่พิสูจน์คำบอกเล่านี้ได้ดีที่สุดก็คือ

ครูใหญ่ยังคงเก็บเตียงพยาบาลหลังเก่าที่รับใช้บั้นปลายของชีวิตของหม่อมผิวเอาไว้ในบ้าน แต่นั่นก็ยังไม่เท่ากับน้ำตาคลอๆ เต็มสองนัยน์ตาเมื่อเล่าเรื่องเก่าๆ ของแม่ เนื่องจากหม่อมผิวหาเลี้ยงชีพจากการเขียนหนังสือ นำเงินที่ได้มาเลี้ยงดูลูกสาวตั้งแต่ยังเล็ก ทั้งยังเก็บเงินซื้อที่ดินเพื่อสร้างโรงเรียน เป็นต้นแบบของหญิงนักสู้ที่ยืนหยัดเพื่ออุดมการณ์อย่างแท้จริง

สนามเด็กเล่นขนาดย่อมริมรั้วหน้าบ้านครูใหญ่ คือ “ดิสนีย์แลนด์” ของเด็กชั้นประถมโรงเรียนวรรณวิทย์ มันคือความสุขที่ได้มาจากอุปกรณ์หน้าตาธรรมดาไม่กี่ชิ้น จะมีกี่คนที่หาความสุขได้ด้วยต้นทุนต่ำเหมือนเด็กๆ เหล่านี้ เช่นเดียวกันกับครูใหญ่ ที่หาความสุขได้จากการเฝ้ามองเด็กๆ เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต

ครูใหญ่รุจีสมรเรียนจบชั้นมัธยมจากโรงเรียนราชินี สอบเข้าศึกษาต่อที่จุฬาฯ แต่เรียนได้แค่ปีเดียวก็ต้องลาออก เพราะไม่มีเงินเรียนต่อ หลังจากนั้นจึงมาเป็นครูที่โรงเรียนของแม่ พร้อมๆ กับศึกษาต่อที่โรงเรียนฝึกหัดครูชั้นสูงควบคู่ไปด้วย (ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร) วิชาเอกภาษาไทย วิชาโทสังคม จนจบการศึกษา

“ครูใหญ่ท่านเป็นคนดีจนไม่รู้จะสรรหาคำอะไรมาเปรียบ เป็นผู้ให้ เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาววรรณวิทย์ทุกคน” นี่คือสิ่งที่คุณครูหลายๆ คนพูดถึงครูใหญ่

ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.sanook.com/women/34105/