“ชมพู่-เป็กกี้” เผยเคยทะเลาะกันจนตัดเพื่อน

วันนี้นักแสดงสาวตลกมากความสามารถ ชมพู่ ธัณย์สิตา จะมาเปิดบ้านมูลค่า 30 ล้าน พร้อมควงสามี บอย วัชรพงศ์ และลูกๆ น้องธารา, น้องวายุ เปิดเรื่องราวชีวิตครอบครัวที่ไม่เคยพูดที่ไหนมาก่อน พร้อมเผยก่อนหน้านี้สาวชมพู่กับสาว เป็กกี้ 2 พิธีกร คุยแซ่บ Show เคยมีเรื่องไม่เข้าใจกัน จากเพื่อนรัก เหลือแค่เพื่อนร่วมงาน คุยกันเฉพาะเรื่องงานเท่านั้น ซึ่งงานนี้ ชมพู่ เผยผ่านทาง รายการ คุยแซ่บ Show ทางช่อง วัน31 ที่มี บูม สุภาพร และ เป็กกี้ ศรีธัญญา เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

บ้านนี่เท่าไหร่?

ชมพู่ : “คุมงบในใจคร่าวๆ ประมาณ 30 ไม่เกิน แต่มันยังมีอะไรที่ยังไม่เสร็จอีก ยังมีเรื่องงานสวน งานพื้น งานซ่อมบ่อ งานที่เราต้องวางไว้ในอนาคต แพลนดาดฟ้าอีก มันยังมีอีก แต่เราพยายามจะไม่นึกถึงแล้ว หลังจากนี้เราก็ค่อยๆ ทำความสุขของเราเรื่อยๆ”

บ้านหลังนี้สร้างเองทั้งหมด?

ชมพู่ : “ใช่ค่ะ เป็นการซื้อที่เปล่า แล้วสร้างบ้านขึ้นมาใหม่ ที่ดินประมาณ 150 ตารางวาเอง เราโชคดีที่ตอนนั้นเราซื้อในราคาที่ตรงนี้ยังไม่ขึ้น”

บอย : “ทั้งหมด 5 ล้านกว่า”

ระยะเวลาในการสร้างบ้านเท่าไหร่?

ชมพู่ : “เราวางไว้จริงๆ ปีนิดๆ แต่เราโดนไปประมาณ 2 ปีครึ่ง เพราะเราไปโดนโกงปีแรกก่อนไง เราจ่ายเงินเก่ง จ่ายเงินไว อ้าว…งานไม่เดิน เงินไปแล้ว ซึ่งช่วงแรกเขาก็มีเหตุผล ช่วงหน้าฝนดินมันเป็นอย่างนี้ ทำไปก็มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ค่าดูดน้ำ ค่าทราย ค่านู้น นี่นั่น เบิกเพิ่มได้ไหม อะ…อยากอยู่บ้านแล้ว เอาเงินไปสิจ๊ะ”

โดนไปเท่าไหร่?

ชมพู่ : “7 แสนได้ไหม”

บอย : “ตอนนี้ที่เป็นคดีฟ้องร้องกันอยู่ประมาณล้านกว่าบาทครับ ผมรู้สึกว่าเงินล้านกว่าบาทนี่มันเยอะนะ แต่ที่ผมอยากจะเอาเรื่องเขาเพราะว่าไม่อยากให้คนอื่นโดนอีก”

หลังคาบ้านพิเศษยังไง?

ชมพู่ : “เขาบอกว่ามันเป็นนวัตกรรมตัวใหม่ 10 ปีก็ไม่ต้องทาหลังคาใหม่ ฝนตกปุ๊บหลังคาเงาวับ ขึ้นจากข้างบนถ่ายโดรน หลังคาบ้านสวยมาก เอาไหมคะ มือสั่นเลย เซ็นเอาคะ 300,000 บาท”

บอย : “คือหลังคาทุกที่ก็เป็นแต่มันไม่เงาเท่านั้นเอง”


ชมพู่ : “หนูอยากได้เงา หนูชอบเงาๆ”

บอย :”ตรรกะแปลกๆ”

เห็นว่าสามีรู้จักการใช้เงินมาก แต่ภรรยาจะขัดเราทุกอย่างตอนสร้างบ้าน?

ชมพู่ : “อย่างเช่นห้องน้ำ พอเดินเข้าไป รุ่นนี้เป็นรุ่นสเปนนะคะ มือไม้สั่น เซ็นเอา จาก 7 หมื่นก็คูณ 3 ไปเหมือนกัน”

เห็นว่าอ่างแพงมาก?

ชมพู่ : “เราก็อยากมีจากุซซี่ ความฝันของเรา เราอยากโรแมนติกอยู่ในอ่างน้ำของเรา ถามว่ามาอยู่นี่ได้ตีกี่วัน 1 วันถ้วน ตั้งแต่มา ส่วนมากจะเป็นธารากับพ่อเขา แล้วเขาก็ไปดูอ่างในอินเตอร์เน็ตมา เป็นสีๆ สวยดี แต่มันเป็นไฟเบอร์ไง มันจะแข็งแรงหรือเปล่า”

อ่างกี่บาท เห็นว่าเกือบล้าน?

ชมพู่ : “ไม่ถึง ประมาณ 2 แสน”

บอย : “รวมๆ ในห้องน้ำเป็นล้านอะครับ เดี๋ยวเขาจะหาว่าเราเกินตัวนะ แต่ถ้าเป็นสิ่งที่เขาชอบก็แล้วแต่”


ชมพู่ : “อยากอธิบายมุมนี้เหมือนกัน ทำงานในวงการบันเทิงน่าอิจฉาเหมือนกันนะมีเงินทำบ้านใหญ่ๆ แบบนี้ แต่คุณเราทำมาเกือบ 20 ปีนะ แล้วเราก็เก็บทุกบาท ทุกสตางค์ เพื่อบ้านที่ดีที่สุดในชีวิตเรา บ้านที่เราจะอยู่ดูลูกโตแล้ว ทุกอย่างในสมองพู่คือขอทำครั้งเดียวและดีที่สุด ไม่งั้นเราต้องมาขออนุญาตในการก่อสร้างใหม่ มาทำทุบใหม่ มันก็เป็นเรื่องของฝุ่น เรื่องของการเสียเวลาอีก อันไหนที่มันอยู่ได้ระยะยาว และทนทานก็ยอม”

เห็นว่าพี่พู่ทำแล้วทุบทำใหม่ มันเลยช้า พี่ทุบอะไรไปบ้าง?

ชมพู่ : “ห้องของเล่นลูก ตอนแรกไม่มีห้องนี้นะ เป็นดาดฟ้าโล่งๆ ใจเราอยากเห็นวิว อยากเห็นท้องฟ้าจัดๆ เวลานั่งกินข้าวจะได้เห็น บ้านจะเสร็จอยู่แล้ว ข้างบ้านมาซื้อที่สร้างสูงเท่าบ้านเรา เราก็เลยรู้สึกว่าต้องทำอะไรสักอย่าง

เพื่อให้ห้องนี้ใช้ได้ และเพื่อความสวยงามด้วย เราก็บอกผู้รับเหมาว่าเราเพิ่มห้องนี้ได้ไหม เขาหันมาถามเราคำแรกเลย ยังไม่อยากย้ายเข้ามาเหรอพู่ คือเราไม่รู้ว่ามันเรื่องใหญ่ มันต้องทุบห้องข้างล่าง เพื่อสอดคานเหล็กเข้าไปใหม่ ห้องข้างล่างที่ทำเสร็จแล้วก็ทุบโซนข้างบนใหม่ ทำคาน เพื่อจะตีเหล็ก ทำหลังคา ทำกระจก งานเข้าก็เพิ่มไปอีกล้านกว่าบาท”

คู่นี้เกือบเลิกกัน ทะเลาะกันเพราะทำบ้าน?

บอย : “ตั้งแต่สร้างบ้านหลังนี้มา เราเคยคุยว่าถ้าเราอยู่บ้านหลังเก่า เราคงไม่ทะเลาะกันขนาดนี้ คือเราไม่ได้เป็นคนผิดนะ คือคุณลองแบบลองดูตัวเองแล้วระงับสติอารมณ์ตัวเองหน่อย แล้วทุกครั้งที่เขาหงุดหงิดก็มาลงใส่เรา ก็เลยคิดว่าแบบเวลาเราพูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องบ้าน เราพูดไม่ได้เลย ใส่เราแล้ว อารมณ์เหวี่ยงใส่เราแล้ว”

ชมพู่ : “เมื่อก่อนเป็นคนคุมอารมณ์ไม่อยู่จริงๆ นิสัยไม่ดี อันนี้ไม่ดีสำหรับชีวิตคู่เลย ห้ามพูดว่าแยกย้ายกันเด็ดขาด แต่นี่เป็นโรคอะไรไม่รู้ พอเวลาไม่พอใจ แยกไหม ต่างคนอย่างอยู่เถอะ เป็นเพื่อนกันไหมบอย เรากลับไปเป็นพี่น้องกันเถอะ”

มันมีเรื่องหนึ่งที่เขาไม่เคยบอกชมพู่เลยว่าเขารู้สึกแย่?

บอย : “พอเราไปซื้อของด้วยกัน เวลาผมถามเขาบอกว่าแล้วให้ผมมาทำอะไร ผมมีสิทธิ์อะไรในบ้านหลังนี้บ้าง เขาบอกว่านี่ไปเลือกเอาสิสายฉีดตูด เห้ย…ชีวิตคู่ให้เราเลือกแค่สายฉีดตูดเหรอ ส่วนร่วมของบ้านเรามีอะไรบ้าง บ้านนี่เราอยู่ด้วยกันใช่ไหม เรามองลูกเป็นหลักใช่ไหม มันไม่มีจุดตรงนั้นเลยจริงๆ มันกลายเป็นจุดที่เขาจะเอาๆ เบียดเราจนเราไม่มีที่อยู่”

มีคำนึงที่ชมพู่พูดว่าเหนื่อยนะที่ต้องหาเงินมาสร้างบ้านหลังนี้?

บอย : “ในจุดที่พูดกันภาษาที่เรายังไม่มีลูก มันอาจจะไม่มีเขาอยู่ตรงนี้จริงๆ แล้วก็ได้ ทุกวันนี้ที่หนูพูดว่าไม่ไหวเลิกไหม มันต้องดูลูกก่อน อยากเห็นลูกโต หลังจากลูกโต เราอาจจะเป็นอีกมุมนึง เราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่วันนี้เรามีความสุขด้วย

กัน อยู่ด้วยกัน พยายามตั้งสติก่อนที่จะพูดอะไร อย่าลืมว่าเขาเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่แรกก่อนที่จะคบกัน เขาเป็นคนไม่พูด ไม่ค่อยหวาน แต่ใส่ใจไหม ใส่ใจ แต่หนูอะลองดูว่าหนูลืมอะไรไปหรือเปล่า ใครกันที่เปลี่ยน รู้ว่าเหนื่อยแหละเข้าใจ”

ชมพู่ : “คือชีวิตคู่เราสองคนมีข้อดี ข้อเสียด้วยกันทั้งคู่ ซึ่งคบกันใหม่ๆ ที่เขาบอกว่ายามรักน้ำต้มผักก็ว่าหวาน บางทีเราก็มองข้ามข้อเสียของกันและกันไป บางทีเรารู้สึกว่าคุณเป็นคนไม่หวาน แต่ใหม่ๆ เรารับได้ แต่พอวันนึงเราเหนื่อย

ทำงานหนัก อายุมากขึ้น พอความหวานมันไม่หวาน เราอยากได้ความหวานไง เราอยากได้เยอะๆ อยากได้ตลอดเวลา อยากได้แค่ข้อความ วันนึงแบบเหนื่อยไหม กินข้าวหรือยัง หรือกลับมาเห็นหน้ามาหนูกอดให้กำลังใจวันนี้เหนื่อยใช่ไหมคะ

หรือโทรศัพท์คุยกันหนูก็จะคอยถามว่าวันนี้อารมณ์ไม่ดีเหรอ เขาบอกไม่ปกติ เขาก็เป็นของเขาอย่างนี้ ซึ่งบางทีที่เขาพูดมาเราลืมว่าตอนที่คบกับเขาใหม่ๆ เขาก็เป็นสายติสท์ๆ เงียบๆ ของเขาแบบนี้นี่หว่า แต่กลายเป็นวันนึงเราอยากได้ขึ้นมา

เขาก็เปลี่ยนให้ไม่ทัน แต่ถ้ามาดูจริงๆ เขาให้เราเยอะมาก มีอะไรเขาก็ให้เรา ให้ลูก กลับมาบ้านหิวๆ อยากกินอะไรเขาก็ขับรถไปตลาดมาทำให้เรากิน แค่เปรยอะไรไม่ได้เลย หรือว่าเวลาอยากได้อะไรเป็นพิเศษเขาก็จะแอบเก็บข้อมูลแล้วทำให้เรา ซึ่งเขาเคยบอกว่าเอาจริงๆ ใครที่เปลี่ยนไป เออ…เราอาจจะเป็นคนที่เปลี่ยนไปก็ได้”

ถึงไม่ได้เขียนไดอารี่ ความรักยังคงเดิมไหม?

บอย : “ถ้าสมมติอนาคตเรามีเหตุการณ์เลิกกันเนี่ย ถ้าย้อนเวลากลับไปใหม่ผมก็ยังเลือกเขาอยู่ แล้วเราจะมาแก้ไขสิ่งไม่ดีตั้งแต่เริ่มแรกใหม่”

พี่ชมพู่กับพี่เป็กกี้เป็นเพื่อนสนิทกัน แต่มีเรื่องทำให้ทะเลาะกัน?

ชมพู่ : “มันเริ่มต้นคือพู่กับเป็กจะไปงานอีเว้นท์ต่างจังหวัดด้วยกันบ่อยมาก สมัยที่เราเริ่มสร้างชื่อเสียงกัน เป็นเพื่อนกัน ไปแฮงค์เอ้าท์กัน เวลาไปทำงานก็ปรึกษาและให้กำลังใจกันเรื่อยๆ ก่อนหน้านี้ แต่มีอยู่ช่วงนึงที่เรารู้สึกว่าทำไมเป็กกี้คุยกับเราแปลกๆ ไม่ได้คุยเหมือนเดิม ทำไมก็ไม่รู้”

เป็กกี้ : “อันนี้ต้องยอมรับว่าใจบาง เพราะว่าเราถอย ไม่ใช่ว่าไม่รักหรือไม่ชอบอะไรนะ แต่เราพอมาถึงวงการบันเทิงได้เจอเรื่องราว ผู้คนซึ่งทำให้รู้สึกว่าอะไรจริง อะไรไม่จริงหว่ะ มันน่ากลัวพอสมควรกับเรื่องที่ไปเจอมา ก็เลยรู้สึกว่าถอยๆ จากการคบคนดีกว่าไม่รู้ว่าใครเป็นยังไงกันแน่ สิ่งที่เขาคุยกับเราอะไรคือเรื่องจริง อะไรคือเรื่องไม่จริง”

ชมพู่ : “มันมีเหตุการณ์ที่ทำให้เราเข้าใจผิดในบางเรื่อง มันทำให้เรารู้สึกว่าเป็กคิดกับเรายังไง พู่อะคิดกับเป็กยังไง มันก็เลยทำให้ห่างกันโดยแบบปริยาย”

ถึงแม้ทั้ง 2 คนเป็นพิธีกร คุยแซ่บ Show ด้วยกัน ก็ไม่คุยกัน?

ชมพู่ : “คุยเรื่องงาน คือเข้าใจไหม มันเคยใจกันมามากๆ”

เป็กกี้ : “คลอดลูกคือไปรับขวัญหลานอะไรปกตินะ แต่ว่าความรักที่มันแบบเคยรักกันเต็มที่ มีอะไรคุยกันมุกเรื่อง แต่ไม่กล้าคุย”

ชมพู่ : “มีฝืนรู้สึกแปลกๆ แต่ว่าพยายามทำใจ บางทีเหตุการณ์มันเปลี่ยนไป คนเรามันเปลี่ยนตาม ก็ไม่เป็นไรเราเจอกันในฐานะเพื่อนร่วมงานก็ได้ แต่ไม่ใช่เพื่อนรัก”

เป็กกี้ : “จากเพื่อนรักกลายเป็นแค่เพื่อนร่วมงาน”

ตอนนั้นทำไมเราไม่ถามเขาไปตรงๆ เลย ทำไมเราถึงถอยออกมา?

ชมพู่ : “มันไม่รู้จะถามเพื่ออะไรด้วย หรือว่าเราใช้ชีวิตแบบเข้าใจไปแล้ว เข้าใจว่าเป็กเป็นแบบนี้ แล้วลึกๆ เราก็เข้าใจว่าสงสัยเราไปทำอะไรให้เป็กรู้สึกไม่ดีแน่เลย หรือเราไปพูดอะไรทำให้เป็กไม่ชอบเราหรือเปล่า เพราะบางทีเรารู้สึกว่าเวลาเป็กพูดสัมภาษณ์ อันนั้นเป็กพูดถึงเราหรือเปล่า เราไปทำให้เขาไม่สบายใจตอนไหนวะ แต่เราก็รู้สึกโอเคไม่เป็นไร ทุกสิ่งเกิดขึ้นแล้ว เราห้ามสิ่งที่มันเกิดขึ้นไม่ได้ เราเลยเป็นเพื่อนร่วมงานก็แล้วกัน”

เป็กกี้ : “เราไม่ใช่ไม่รักชมพู่นะ รู้สึกดี แต่ว่าไม่ได้รัก ไม่ได้ให้ใจเหมือนสมัยก่อน คือถอดใจมาเลยว่าด้วยความกลัวผู้คน กลายเป็นว่า พู่ก็น่ากลัวป่ะเนี่ย หรือว่ายังไง กลับมาอยู่ในเซฟโซน เพราะว่ามีความไม่มั่นใจในผู้คน”

ชมพู่ : “เชื่อไหมว่าไม่มีใครรู้เรื่องนี้เลย และเมื่อไม่นานมานี้เองที่เราเปิดใจคุยกันและดีกัน”

เป็กกี้ : “พู่ถามเราก่อนว่าเธอโกรธอะไรฉันหรือเปล่า ฉันบูลลี่อะไรเธอไหม นี่ก็บอกว่าเธอไม่ได้บูลลี่อะไรฉันเลย และเล่าเหตุการณ์ว่ามันเป็นอย่างนี้ๆ ก็เลยกอดกันแล้วร้องไห้”

มันก็ต้องมีจุดที่ทำให้พี่ชมพู่ถามพี่เป็กกี้ตรง?

ชมพู่ : “ใช่”

เป็กกี้ : “วันนั้นมาบ้านเขาแล้วไม่มีใครที่เป็นเพื่อนในกลุ่มที่ไว้ใจได้ แล้วเราก็คุยกัน”

ชมพู่ : “เราปาร์ตี้ แล้วบอกว่าเป็กเมื่อก่อนเรามีความสุขแบบนี้กันมากเลย เรานั่งชนแก้วคุยเรื่องอดีต เรื่องมุกกัน คืนนั้นเราขำมากเลย เราชอบบรรยากาศนี้จังเลยแล้วมันหายไปไหน เป็กกี้ก็ระบายออกมา เธอไม่ได้ผิดเลย”

เป็กกี้ : “ฉันกลัวเฉยๆ ฉันไปมีเรื่อง มีราวมา แล้วก็เล่าให้เขาฟังว่าเรื่องราวมันเป็นอย่างนี้ ฉันไปเจอคนแบบนี้มา แล้วฉันก็ไม่รู้ว่าฉันต้องทำตัวยังไงเพื่อที่จะอยู่รอดในวงการบันเทิง โดยที่ฉันจะไม่มีเรื่องมีราวกับใคร วิธีเดียวคือฉันต้องถอยและไม่คบใครเป็นเพื่อน”

ขมพู่ : “หลังจากวันนั้นที่เราได้เจอ ได้คุย กอดคอร้องไห้ หลังจากนั้นมันเหมือนอะไรสักอย่างที่ติดอยู่ในใจมาหลายปี เหมือนมันคลาย มันหาย แล้วมันโล่งเหมือนยืนอยู่กลางน้ำตก ได้เพื่อนกลับมาแล้ว”

เป็กกี้ : “ความรู้สึกเราเหมือนเด็กโง่ อะไรรู้ป่ะ เรื่องมันไม่มีอะไรเลย แล้วก็ด้วยความกลัวหรืออะไรก็ไม่รู้ทำให้เราเสียมิตรภาพ ซึ่งเป็นมิตรภาพดีๆ และมิตรภาพแท้ๆ ซึ่งสังเกตไหมเป็กอยู่ในวงการบันเทิง เป็กไม่มีเพื่อนเลยนะ เวลาไปออกรายการเขาถามสนิทกับใคร ใจนึกถึงชมพู่คนแรก แต่ก็ไม่ชวน ฉันตอบกับทุกรายการที่ถามว่าสนิทกับดาราคนไหนว่าไม่สนิทกับใครเลย ไม่มีเพื่อนเลยสักคน”

ชมพู่ : “บางทีพอมาย้อนฟังคำพูดพวกเราก็ทำให้คิดได้นะ อย่าเสียเวลากับการใช้ชีวิต อย่ามัวแต่โกรธเกลียดกัน การให้อภัยมันเป็นอะไรที่ดีที่สุด การเคลียร์ใจเป็นอะไรที่สำคัญที่สุด เพราะว่าพอมันได้มิตรภาพกลับมามันมีค่ามหาศาล พอมาย้อนกลับไปเราทะเลาะกันทำไม เสียเวลา”

ตอนนี้น้องธารากับน้องวายุอายุเท่าไหร่?

ชมพู่ : “ธารา 2 ขวบ 4 เดือน วายุ 8 เดือน พัฒนาการเขาดีมาก อย่างธาราแม่เป็นคนช่างพูด จะคุยกับลูกสอนคำศัพท์ ส่วนวายุเป็นเด็กแข็งแรง ตัวใหญ่ กินเก่ง”

เห็นบอกว่าธาราเกือบไม่รอด?

ชมพู่ : “ใช่ เราไม่รู้เลยว่าเขาเป็นโรคเวลาความร้อนขึ้นสูง ไข้สูงจะเข้าสู่สภาวะชัก แล้วครั้งแรกเราไปทำบุญด้วยกัน แล้วได้ยินเสียงธาราตื่นๆ พอถึงหน้าห้องฉุกเฉินก็คือลูกแขน ขา ห้อย แล้วเราก็แบบพยายามอธิบายให้คุณหมอฟัง วัดไข้

สรุปไข้ 40 เขาเลยชักแล้วนิ่งไป อันนั้นครั้งแรกที่เห็นลูกนิ่งไปแล้ว แต่ล่าสุดที่ไม่ได้เล่าให้ใครฟังคือเขาไข้สูงอีก แล้วเรารู้สึกว่าลูกเราไข้สูงแล้วชัก ตอนนั้นไข้ประมาณ 37-38 ไปโรงพยาบาลดีกว่า ไปถึงหน้าห้องฉุกเฉินยังไม่ทันได้คุยอะไรกันมาก

ลูกก็เริ่มนิ่งไป เขาใส่แมสก์ใช่ไหมเราก็มองไม่เห็นสักพักตาเขาแบบ..หนูก็บอกว่าหมอ ลูกหนูมีประวัติไข้สูงแล้วชัก ดีนะตอนนั้นอยู่ห้องฉุกเฉินแล้ว แล้วมือเขาก็ค่อยๆ ไป แล้วน้ำลายฟูมปาก แขน ขา เกร็ง เห็นแล้วแบบน้ำตามันไหลออกมาเอง หมอก็บอกว่าไปเอาออกซิเจนมา คืนนั้นก็ต้องอยู่ ICU เขาบอกว่าเด็กจะเป็นแบบนี้ถึงประมาณ 6 ขวบ”

คุณหมอบอกไหมว่าถ้าชักบ่อยๆ จะมีผลต่อสุขภาพหรือพัฒนาการไหม?

ชมพู่ : “เมื่อก่อนมีความเชื่อว่าลูกเป็นแบบนี้พัฒนาการและสมองจะไม่ดี แต่วันนั้นหมอพยายามอธิบายแล้วว่ามันไม่เกี่ยว ภาวะชักมันเป็นไปได้เพราะระบบภายในมันร้อนจัด แต่สมองกับพัฒนาการไม่มีผล ไม่ต้องกังวลมาก

แค่สังเกตอาการถ้าเขามีความร้อนอีกก็ปฐมพยาบาลให้ยาลดไข้ แต่ถ้าดูว่าจะสูงมากๆ ให้รีบแอดมิทเลย”

ที่มาจาก https://bit.ly/3ybOvgQ