พสกนิกรปลื้มปิติ

วันแห่งความทรงจำของพสกนิกรชาวอุบลราชธานี เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินมายังจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อทรงประกอบพิธียกฉัตรขึ้นประดิษฐานเหนือพระเจ้าใหญ่อินทร์แปลง พระประธานในพระวิหาร วัดมหาวนาราม (พระอารามหลวง) จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2565 ที่ผ่านมาภายหลังเสร็จพิธีแล้ว ตามหมายกำหนดการ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินถึงท่าอากาศยานทหาร กองบิน 21 ประทับเครื่องบินพระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับกรุงเทพมหานคร เวลาประมาณ 19.04 น.

ขณะส่งเสด็จฯ ที่ท่าอากาศยานทหาร กองบิน 21 นี่เอง ได้เกิดเรื่องราวที่น่าประทับใจ เป็นความปลื้มปิติในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่นางศลิษา ภิรมย์รัตน์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุบลราชธานี ภริยานายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ได้เล่าให้กับนายปูนเทพ พงษ์สนิท เลขานุการ ผวจ.อุบลฯ ฟังดังนี้….

ในขณะส่งเสด็จในสนามบิน กองบิน21 อุบลราชธานี หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงทำการบินด้วยพระองค์เอง เสด็จฯ ไปยกฉัตรพระเจ้าใหญ่อินทร์แปลง ณ วัดมหาวนามราม พระอารามหลวง และเยี่ยมราษฎร์ชาวอุบลราชธานีที่รอเข้าเฝ้าบริเวณพิธีฯเสร็จเรียบร้อยแล้วข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ รวมทั้งพี่เองกับท่านผู้ว่าฯ ก็วิ่งขึ้นรถเพื่อกลับไปรอส่งเสด็จฯ ที่สนามบิน กองบิน21 ตอนนั้นทั้งลมทั้งฝนปรอยๆ ตกลงมา กรมวังฯ สั่งเก็บโต๊ะที่จะวางของถวายฯ ต้องเอาของถวายฯ ขึ้นเครื่องเลย เหลือให้ยืนส่งเสด็จอย่างเดียว

พอ 2-3 นาที รถพระที่นั่งเลี้ยวเข้ามาหน้าเต็นท์ ทั้งลมและฝนตกแบบสาดเข้ามาในเต็นท์ที่พวกเราข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ยืนอยู่เปียกแบบชุ่มฉ่ำทั้งตัวเพราะอยู่แถวหน้าในเต็นท์ (ท่านผู้ว่าฯ ศาล ทหาร ตำรวจ ส่งเสด็จฯบันไดขึ้นเครื่องฯ ไม่มีเต็นท์ ) เราไม่ถอย ทำความเคารพฯรถพระที่นั่ง เห็นทั้งสองพระองค์ทรงลงจากรถพระที่นั่งฯพระราชดำเนินขึ้นบันไดฝ่าสายฝนขึ้นเครื่องบินพระที่นั่ง ถึงจะมีร่มฉัตรกาง ก็คงเปียกทั้งสองพระองค์อย่างแน่นอน

ต่อจากนั้น ฝนก็สงบลงแต่ยังโปรยอยู่ พวกเราก็เบาใจกันทุกคนว่า ฟ้าฝนเป็นใจ ให้พระองค์ทรงขับเครื่องบินกลับได้อย่างปลอดภัย พอตัวเครื่องฯ เคลื่อนอยู่บนรันเวย์ พร้อมจะยก เสียงเร่งเครื่องมาแต่ไกล ทหารสั่งพวกเราถวายทำความเคารพฯ แต่ปรากฎว่า เป็นเครื่องบินสายการบินแอร์เอเซียลงจอด พวกเราก็ขำกันทุกคน เพราะ เราทำความเคารพผิดลำ

ซึ่งมาทราบภายหลังว่า เครื่องบินพระที่นั่งที่ทั้งสองพระองค์ทำการบิน ได้หยุดรอให้เครื่องบินของสายการบินแอร์เอเชียเข้ามาลงก่อน น่าจะเป็นเพราะว่า ทรงเห็นแอร์เอเชียบินวนรออยู่นานแล้ว พระองค์ฯ ทรงเป็นห่วงความรู้สึกของคนบนเครื่อง ท่ามกลางพายุฝนก่อนหน้านี้ ทรงตรัสให้แอร์เอเซียลงก่อนพระองค์ฯ แต่ทหารไม่ทราบ ได้ยินแต่เสียงเร่งเครื่อง ฝนก็ตกพร่ำๆค่ำแล้ว และด้วยความมืดมองไม่เห็น ทหารเลยสั่งแถว พวกเราก็ทำตามกัน ขำกันทุกคน ที่เราทำความเคารพเครื่องบินที่ไม่ใช่เครื่องพระที่นั่งฯ พวกเราตัวเปียกและยังหัวเราะ ขำกับสิ่งที่เกิดขึ้น ความรู้สึกนาทีนั้น เหมือนเราเล่นน้ำฝนตอนเด็กๆ กัน แต่พอมารู้ภายหลังถึงสิ่งที่เกิดนั้น เกิดจากความห่วงใยประชาชนของพระองค์ ที่อยู่บนเครื่องฯ นั้น นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณกับพวกเราชาวอุบลราชธานี ขอทั้งสองพระองค์ทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนาน

ไกด์อุบลได้สอบถามไปยังแหล่งข่าว ทราบว่า สายการบินแอร์เอเชียดังกล่าว เป็นเที่ยวบิน FD3370 ออกเดินทางจากสนามบินดอนเมือง ถึงอุบลราชธานี เวลา 19.10 น. ซึ่งเป็นเวลาที่เครื่องบินพระที่นั่งกำลังเข้ารันเวย์ เตรียมยกตัว ตามกฎการบินสากล เครื่องบินอื่นๆ จะต้องจอดรอ หรือบินวนรอให้เครื่องบินบุคคลสำคัญ ระดับตั้งแต่นายกฯ ขึ้นไป ขึ้นบินหรือลงจอดก่อน แต่ขณะนั้น กำลังเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง พระองค์ทรงห่วงใยพสกนิกรที่อยู่บนเครื่องบิน จึงบังคับเครื่องบินพระที่นั่งหยุดรอ และตรัสให้เครื่องบินของสายการบินแอร์เอเชียเข้ามาลงจอดก่อน

ขอขอบคุณข้อมูลข่าวจาก
https://bit.ly/3s4EdLE