สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว-สมเด็จพระนางเจ้า ทรงเสด็จฯ ประกอบพิธียกฉัตร

เมื่อเวลา 18.03 น. วันที่ 30 เมษายน 65 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธียกฉัตรขึ้นประดิษฐานเหนือพระประธานพระวิหาร “พระเจ้าใหญ่อินทร์แปลง” ณ วัดมหาวนาราม อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี

การนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จฯ ออกจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังลานจอดเครื่องบินพระที่นั่ง หน้าพระตำหนักที่ประทับ

AGG 00 ประทับเครื่องบินพระที่นั่งเสด็จฯ ไปยังท่าอากาศยานทหาร กองบิน 21 จังหวัดอุบลราชธานี แล้วประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จฯ ไปยังวัดมหาวนาราม อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี

ครั้นเสด็จฯ ถึง เสด็จเข้าพระอุโบสถ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงวางพวงมาลัย แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระเจ้าใหญ่อินทร์แปลง (จำลอง) พระประธานพระอุโบสถ ทรงกราบ ก่อนเสด็จออกจากพระอุโบสถไปยังพระวิหารพระเจ้าใหญ่อินทร์แปลง


เสด็จเข้าพระวิหารพระเจ้าใหญ่อินทร์แปลง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระประธานพระวิหารพระเจ้าใหญ่อินทร์แปลง ทรงกราบ แล้วสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงยืนหน้าพระราชอาสน์ ประทับพระราชอาสน์ ทรงศีล

เวลาต่อมาเสด็จฯ ไปยังที่ประดิษฐานฉัตร ทรงพระสุหร่าย และทรงเจิมที่กำพูฉัตร ทรงถือสายสูตรยกฉัตรขึ้นประดิษฐานเหนือพระประธานพระวิหารพระเจ้าใหญ่อินทร์แปลง แล้วเสด็จฯ ไปทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์ ประทับพระราชอาสน์ ทรงหลั่งทักษิโณทก ก่อนเสด็จฯ ไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงลาพระสงฆ์

สมเด็จพระมหาธีราจารย์ (ปสฤทธ์ เขมงฺกโร) เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ประธานโครงการก่อสร้างพระวิหารพระเจ้าใหญ่อินทร์แปลงถวายพระพุทธรูปพระเจ้าใหญ่อินทร์แปลง (จำลอง)

เนื้อทองเหลืองขัดมันปูขนาดหน้าตักกว้าง 9 นิ้ว จำนวน 1 องค์ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ส่วนพระครูสารกิจโกศล (สุดใจ นิสโสโก) เจ้าอาวาสวัดมหาวนาราม ถวายพระกริ่งพระเจ้าใหญ่อินทร์แปลง

เนื้อทองคำ และถวายเงินแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อโดยเสด็จพระราชกุศล ตามพระราชอัธยาศัย และถวายพระกริ่งพระเจ้าใหญ่อินทร์แปลง เนื้อทองคำ แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

เวลาต่อมา เสด็จออกจากพระวิหาร ทรงเยี่ยมราษฎรที่มาเฝ้าฯ รับเสด็จ ก่อนประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จฯ ไปยังท่าอากาศยานทหารกองบิน 21 จังหวัดอุบลราชธานี ประทับเครื่องบินพระที่นั่ง เสด็จฯ ไปยังลานจอดเครื่องบินพระที่นั่ง หน้าพระตำหนักที่ประทับ AGG 00 และประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จฯ กลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีประชาชนชาวจังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดใกล้เคียง สวมใส่ชุดสุภาพเดินเข้าจุดคัดกรองประชาชน ก่อนเข้ามานั่งเฝ้าฯรับเสด็จตลอดเส้นทาง ท่ามกลางการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรคระบาดอย่างเคร่งครัด ครั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ผ่าน ต่างเปล่งเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้องด้วยความปีติยินดี

นับตั้งแต่พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินมายังจังหวัดอุบลราชธานี เป็นครั้งที่สอง หลังจากที่เคยเสด็จฯ มาทรงถวายผ้าพระกฐินต้น ณ วัดหนองป่าพง อำเภอวารินชำราบ จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2563

ทั้งนี้ พระเจ้าใหญ่อินทร์แปลงถูกสร้างขึ้น เมื่อปี 2350 มีศาลาครอบองค์พระไว้ เพื่อป้องกันแดดฝน ได้ปฏิสังขรณ์ปรับปรุงตัวศาลาเรื่อยมา ในปี 2550 พระเทพกิตติมุนี เจ้าอาวาสขณะนั้น

เห็นว่าศาลาที่สร้างและปรับปรุง ที่สร้างมาตั้งแต่ปี 2485 นั้น มีสภาพทรุดโทรมอาจเกิดความเสียหายต่อองค์พระ และเป็นอันตรายต่อพุทธศาสนิกชนที่เข้ามากราบสักการะบูชา จึงดำริให้สร้างพระวิหารพระเจ้าใหญ่อินทร์แปลง ที่มีความมั่นคงแข็งแรง สวยงามตามสถาปัตยกรรมทางอีสาน

โดยมีสมเด็จพระมหาธีราจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เป็นประธานโครงการก่อสร้างพระวิหาร และมีพระครูสารกิจโกศล เจ้าอาวาสวัดมหาวนารามรูปปัจจุบันเป็นประธาน

ดำเนินการก่อสร้างพระวิหาร เพื่อประดิษฐานพระประธาน คือ พระเจ้าใหญ่อินทร์แปลง ที่สร้างมาตั้งแต่ปี 2349- 2350 พระวิหารแล้วเสร็จในปี 2563 ใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งสิ้น 250,000,000บาท โดยเป็นเงินที่พุทธศาสนิกชนบริจาคเพื่อจัดสร้าง

พระเจ้าใหญ่อินทร์แปลง เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดอุบลราชธานี ศูนย์รวมใจของพุทธศาสนิกชนโดยทั่วไปเป็นเวลามาช้านาน ซึ่งประดิษฐานอยู่ในพระวิหารหลังนี้ ในการนี้

โดยดำริของเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี เจ้าคณะใหญ่หนกลาง วัดไตรมิตรวิทยาราม วรวิหาร เห็นควรดำเนินจัดสร้างฉัตรขาวขลิบทอง 5 ชั้น ถวายองค์พระเจ้าใหญ่อินทร์แปลง เพื่อเป็นพุทธบูชา ใน
พระพุทธศาสนาสืบไป

ที่มาจาก : “มติชน”