ศักราชในทางราชการ

“…ศักราชรัตนโกสินทร ซึ่งใช้อยู่ในราชการเดี๋ยวนี้ มีข้อบกพร่องสำคัญอยู่ คือเปนศักราชที่สั้นนัก จะกล่าวถึงเหตุการณ์ใด ๆ ในอดีตภาคก็ขีดข้อง ด้วยว่าพอกล่าวถึงเรื่องราวที่ก่อนสร้างกรุงขึ้นไปแล้วก็ต้องหันไปใช้จุลศักราชบ้าง มหาศักราชบ้าง และในฃ้างวัดใช้พุทธศักราช ฝ่ายคนไทยสมัยใหม่ที่อยากจะกล่าวถึงเหตุการณ์อันมีมาก่อนสร้างกรุงรัตนโกสินทร์นี้ ก็มักหันไปใคฤสตศักราช ซึ่งดูเปนการเสียรัศมีอยู่

จึ่งเห็นว่าควรใช้พุทธศักราช จะเหมาะดีด้วยประการทั้งปวง เปนศักราชที่คนไทยเรารู้จักซึมทราบดีอยู่แล้ว ทั้งในประกาศใช้พุทธศักราชอยู่แล้ว และอีกประการ ๑ ในเวลานี้ก็มีแต่เมืองไทยเมืองเดียวที่มีพระเจ้าแผ่นดินถือพระพุทธศาสนา ดูเปนการชอบมาพากลอยู่มาก

…ในส่วนทางพุทธจักรเสด็จ ก็ทรงยอมรับแล้วว่าให้เริ่มปีวันที่ ๑ เมษายน เพราะกรมเทววงษ์ได้ทรงคำนวณดูตามทางปักขคณ ได้ความว่า วันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน แห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรานั้น อันที่จริง


พระราชดำริ ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว #รัชกาลที่6 ในการเปลี่ยนมาใช้ ‘พุทธศักราช’ เป็นศักราชทางราชการแทน ‘รัตนโกสินทรศก’

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากการใช้ศักราชในราชการแต่เดิมเคยใช้ ‘จุลศักราช’ มาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้โปรดให้เปลี่ยนมาใช้ #รัตนโกสินทรศก แทน แต่ในฝ่ายคณะสงฆ์นั้นยังคงใช้พุทธศักราชตามแบบธรรมเนียมที่ใช้กันมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาอยู่ ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 จึงทรงมีพระราชดำริให้เปลี่ยนมาใช้พุทธศักราชดังความข้างต้น

โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ #ให้เริ่มใช้พุทธศักราชเป็นศักราชในทางราชการ มาตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2456 #วันนี้เมื่อ109ปีที่แล้ว

ศักราชในทางราชการ

 

ศักราชในทางราชการ

ขอขอบคุณข้อมูลบ่าวจาก
https://bit.ly/3NKjrKb