เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปทรงเปิด #อาคารนวมินทรบพิตร84พรรษา ณ โรงพยาบาลศิริราช ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี องค์ประธานอำนวยการจัดหาทุนอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา ทรงรอเฝ้าฯ รับเสด็จ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และคณะกรรมการอำนวยการจัดหาทุน เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2565 ที่ผ่านมา

โดยทั้ง 3 พระองค์ได้เสด็จฯ ไปยังพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ทรงวางพานพุ่มดอกไม้ และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ แล้วเสด็จฯ ไปยังศาลาศิริราช 100 ปี เพื่อทรงวางพานพุ่มดอกไม้ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

เวลาต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระรัตนตรัยและทรงศีล กระทั่งทรงรับการทูลเกล้าฯ ถวายสูจิบัตรแล้ว ‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’ ซึ่งทรงเป็นองค์ประธานอำนวยการจัดหาทุนฯ กราบบังคมทูลรายงานวัตถุประสงค์ในการจัดสร้างอาคารฯ และขอพระราชทานกราบบังคมทูลเชิญเสด็จฯ ไปทรงประกอบพิธีเปิดอาคารฯ พร้อมทั้งทอดพระเนตรนิทรรศการ “นวมินทรบพิตรศิริราชานุสรณ์” และพื้นที่ภายในอาคารฯ

โดย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปยังแท่นพิธี ทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมป้าย ‘อาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา’ พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์ และทรงหลั่งทักษิโณทก ก่อนจะพระราชทานของที่ระลึกแก่ผู้มีอุปการคุณและผู้ทำคุณประโยชน์ 74 ราย แล้วพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ รศ.นพ. ไชยรัตน์ เพิ่มพิกุล หัวหน้าภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายของที่ระลึก

ต่อจากนั้น เสด็จฯ ไปยังอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา ชั้น 1 และทอดพระเนตรนิทรรศการ “นวมินทรบพิตรศิริราชานุสรณ์” ทอดพระเนตรเครื่องมือรังสีรักษา (ซึ่งเป็นเครื่องฉายรังสีเร่งอนุภาคอิเล็กตรอน พร้อมระบบภาพนำวิถีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เครื่องแรกและเครื่องเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีประสิทธิภาพสูงในการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง) ณ ชั้น B2 ศูนย์รังสีรักษา แล้วเสด็จฯ ไปยังห้องประชุมใหญ่ ชั้น 26

ทรงลงพระปรมาภิไธย และพระนามาภิไธยในสมุดที่ระลึก โดยในช่วงเวลาต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงฉายพระบรมฉายาลักษณ์ พร้อมสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับผู้บริหารคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และคณะกรรมการจัดสร้างอาคารฯ ก่อนจะเสด็จพระราชดำเนินกลับ

“อาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา” จัดสร้างขึ้นเพื่อ #เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 84 พรรษา

และเพื่อให้โรงพยาบาลศิริราชมีอาคารศูนย์การแพทย์ที่ให้บริการทางการแพทย์เฉพาะทางอย่างครบวงจร เป็นการเพิ่มคุณภาพและศักยภาพในการให้บริการทางการแพทย์กับประชาชน รองรับการขยายตัวของผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น

อีกทั้งส่งเสริมการใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างคุ้มค่า โดยได้ดำเนินการก่อสร้างทดแทนกลุ่มอาคารเก่า 3 หลัง ที่มีอายุการใช้งานมานานกว่า 50 ปี มีสภาพชำรุดทรุดโทรม ไม่สามารถใช้งานต่อไปได้ ได้แก่ ตึกหริศจันทร์-ปาวา ตึกผะอบ-นพ-สุภัทรา-ระเบียบ และตึกเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม

โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ #พระราชทานเงิน จำนวน 100 ล้านบาท #สมทบทุนในการสร้าง เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2560 ต่อมาพระองค์และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระราชทานเงิน จำนวน 700 ล้านบาท

#เพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์ เพื่อใช้ในอาคารฯ เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงรับเป็นประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดหาทุน นอกจากนี้ ยังได้รับพระกรุณาธิคุณจากพระบรมวงศานุวงศ์ ตลอดจนประชาชนผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคทรัพย์สิ่งของเพื่อสมทบทุนมาอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ อาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา เป็นอาคารสูง 25 ชั้น มีชั้นพื้นดิน 1 ชั้น ชั้นใต้ดิน 2 ชั้น และชั้นดาดฟ้า เป็นอาคารที่สูงที่สุดในโรงพยาบาลศิริราช มีพื้นที่ใช้สอย 67,551 ตารางเมตร

สามารถบริการแบบเต็มศักยภาพโดยรองรับผู้ป่วยนอกเพิ่มขึ้นประมาณ 500,000 รายต่อปี ผู้ป่วยในเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 20,000 รายต่อปี ขณะที่เตียง ICU เพิ่มขึ้น 62 เตียง และที่สำคัญคือมีเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย

เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์

เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์

เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์

เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์

 

เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์

 

เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์

 

เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์

ขอขอบคุณข้อมูลข่าวจาก
https://bit.ly/3uItMOb