ทอดพระเนตรการถ่ายหนัง

ไปทอดพระเนตรการถ่ายหนังกลางแจ้ง ตอนนั้นเขากำลังทำหนังคาวบอยสำหรับโทรทัศน์ เรื่อง Have Gun, Will Travel อยู่ ฉากของหนังเรื่องนี้เป็นถนนทั้งถนน มีบ้านใหญ่บ้างเล็กบ้าง ๒ ข้างถนน แบบที่เราเห็นในหนังคาวบอยบ่อยๆ มีบาร์ ร้านตัดผม มีรถม้าอย่างปิด คือเป็นรถตู้เปิดปิดหลังคาไม่ได้เทียมม้าจอดอยู่ มีม้าหลายตัวบ้างตัวเดียวบ้างผูกอยู่ที่เสาริมถนน

มีพวกคาวบอยท่าทางอันธพาลยืนจับกลุ่มอยู่ตามที่ต่างๆ บางคนก็กำลังขึ้นม้า มีผู้หญิงแต่งกายโบราณโผล่ออกมาจากบ้านบางบ้าน บ้านริมถนนทุกหลังมีห้องหลายห้อง มีบันไดขึ้นไปชั้นบนได้ ทำแข็งแรง ถึงแม้ผู้ร้ายจะถูกชกหรือถูกยิงตกบันไดมา

บ้านคงไม่สั่นสะเทือนเหมือนแผ่นดินไหวเป็นแน่ มองดูยังกับเมืองคาวบอยจริงๆ เมื่อทรงพระดำเนินไปตามถนนเมืองคาวบอยนั้นสักครู่ ก็ทอดพระเนตรเห็นคาวบอยร่างใหญ่ สูงโย่ง มีหนวด คาดปืน มีลูกกระสุนเต็ม สวมหมวกปีกใหญ่สีดำ เดินส่ายอาดเข้ามาเฝ้า

เมื่อแรกพอหญิงเห็นนายคนนั้นเข้า นึกในใจว่าพ่อนี่ต้องเป็นผู้ร้ายเด็ด ที่ไหนได้กลายเป็นพระเอกของเรื่อง ชื่อนาย ริชาร์ด บูน ต่างหาก นายพระเอกสูงโย่งนี่ตลกดี เมื่อเข้าเฝ้าทั้ง ๒ พระองค์เรียบร้อยแล้ว ก็ชักปืนออกมาถวายพระเจ้าอยู่หัว ยกมือ ๒ ข้างทำยอมแพ้ พวกช่างภาพต่างๆที่เดินตามเสด็จมาเป็นหมู่ร้องเอะอะว่า..ขออีกที ขออีกทีเถอะ

พระเจ้าอยู่หัวท่านก็เลยทรงถือปืนจ้องนายริชาร์ด บูน ซึ่งทำท่ายอมแพ้ ประทานให้ช่างภาพถ่ายพระรูปตามใจชอบ วันรุ่งขึ้นกับวันต่อไป หนังสือพิมพ์ที่ได้อ่านทุกฉบับ เช่น ลอสแอนเจลิสไทมส์ ฮอลลีวู้ดโพสดิสแพ้ช นิวยอร์คเจอนัล นิวยอร์คไทมส์ เป็นต้น ลงรูปนายคาวบอยใหญ่ยกมือยอมแพ้พระเจ้าอยู่หัวกันเกรียวกราว สมเด็จทรงยืนทรงพระสรวลอยู่ใกล้ๆ….”

#บางส่วนจากหนังสือเสด็จพระราชดำเนินอเมริกา พ.ศ.๒๕๐๓ , นิพนธ์ในพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงวิภาวดี รังสิต สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์ น้อมศิระกรานต์ กราบแทบพระยุคลบาท ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้

ทอดพระเนตรการถ่ายหนัง

ทอดพระเนตรการถ่ายหนัง

ทอดพระเนตรการถ่ายหนัง

ทอดพระเนตรการถ่ายหนัง

ขอขอบคุณข้อมูลข่าวจาก
https://bit.ly/3tP5XoI