น้องโพธิ์ ทายาท พ่อชาคริต แม่แอน

เชื่อว่าหลายคนต้องรู้จักครอบครัวนี้กันดีอย่างแน่นอน สำหรับครอบครัวพระเอกหนุ่ม ชาคริต แย้มนาม กับภรรยา แอน ภัททิรา เป็นครอบครัวที่น่าอิจฉาอีกครอบครัวหนึ่ง

ทั้งคู่ก็ได้คบหาดูใจกันมานานจนได้แต่งงานแล้ว ถึงได้ตัดสินใจที่จะคล้องรักกันแบบสามีภรรยากันแล้ว แถมตอนนี้ก็ได้มีโซ่คล้องใจกันแล้วด้วย

เปิดภาพล่าสุด “น้องโพธิ์” ทายาท “แอน-ชาคริต” พบความสุขที่สวน ไม่จำเป็นต้องหรูหรา

ทำเอาคุณแม่ แอน ภัททิรา ภรรยาคนสวยของพระเอกหนุ่ม ชาคริต แย้มนาม ถึงกับต้องถ่ายภาพเก็บไว้เป็นหลักฐานกันเลยทีเดียว เมื่อได้เห็นการทำงานของระบบเผาผลาญในร่างกายของ น้องโพธิ์ ลูกชายวัยกำลังซน

โดยภาพดังกล่าวที่ แอน ภัททิรา ถ่ายและนำมาโพสต์แชร์ลงบนอินสตาแกรม เป็นช็อตที่หนูน้อยกำลังนอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียง แต่ทว่าบริเวณหมอนที่หนุนนอนกลับมีคราบเหงื่อเปียกชุ่มปรากฎให้เห็นอย่างเด่นชัด

และไม่เพียงเท่านั้น เพราะ แอน ภัททิรา ยังได้เขียนแคปชั่นน่ารักๆ แซวลูกชายสุดหล่อเรียกรอยยิ้มจากบรรดาพี่ๆ แม่ๆ แฟนคลับคนรักเด็กด้วยว่า “ระบบเผาผลาญเมื่ออยู่นิ่ง เอาอะไรมาอ้วน”

งานนี้ทำเอาบรรดาแม่ๆ แฟนคลับและคนรักเด็กที่ได้เห็นต่างก็อึ้งไปตามๆ กัน แถมยังส่งข้อความเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์อย่างคึกคักเลยทีเดียว

ซึ่งที่ผ่านมา “ชาคริต แย้มนาม” ก็บอกอยู่เสมอว่าอยากมีลูกอีกสักคน แถมบอกด้วยว่าลุ้นให้เป็นลูกแฝด แต่นี่ก็จะเข้าปีที่ 4 แล้วที่เปิดอู่ เบบี๋ก็ยังไม่มาสักที

ชาคริต แย้มนาม” ออกงานอีเว้นท์ ก็ยังคงถูกสื่อรุมถามเช่นเดิมถึงแนวโน้มการมีทายาทคนต่อไป เจ้าตัวก็ถึงกับถอนหายใจ บอกกำลังพยายามอยู่แต่ก็ยังไม่ติด

ซึ่ง ชาคริต อยากจะมีด้วยวิธีธรรมชาติ ก็เลยอาจจะช้าหน่อย แต่เจ้าตัวก็บอกว่าหากถึงที่สุดแล้วยังไม่มา ก็อาจจะพึ่งทางวิทยาศาสตร์

หรือไม่ก็มีแค่คนเดียว โดยใจลึกๆของ ชาคริต ก็อยากมีลูกสาวอีกสักคน ซึ่งใจก็ตรงกับ “น้องโพธิ์” ลูกชายที่บอกว่าอยากมี น้องสาว

นอกจากนี้ “ชาคริต แย้มนาม” ยังเผยถึงวันครบรอบแต่งงาน 4 ปีด้วยว่า มีไปฉลองกับเพื่อนๆหลายคน เพราะเดือนนี้ครบรอบกันหลายคู่

โดยเจ้าตัวมีของขวัญให้ภรรยาเป็นนาฬิกา พร้อมอวดด้วยว่า 4 ปีแล้วก็ยังแฮปปี้ดีมากๆ แถมความหวานก็ยังมีให้กันเรื่อยๆ

บั้นปลายชีวิตตั้งใจว่า เราจะมาอยู่ที่นี่ขึ้นมาทำก่อนเลย ก็คือไม่ต้องรอแล้ว และก็ต้องขอบคุณครอบครับภรรยาด้วยเช่นกันที่ให้ความรู้ รวมถึงตัวเราเองก็เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส

เพราะตลอด 2 ปีที่ผ่านมา เราก็ได้เรียนรู้และก็ได้พัฒนาไปพร้อมๆ กัน อย่างตอนนี้ก็กำลังขยายแปลงด้วย

ถือว่าเป็นความพอเพียงอย่างหนึ่งในครอบครัวที่สร้างความมั่นคงได้ การได้ลงมาทำด้วยตัวเองแบบนี้มันสนุกครับ และเราก็ทำกันได้ดีด้วย มันไปได้ดีเลยทีเดียว

อีกอย่างมันก็เป็นเรื่องของปัจจัย 4 เพราะถึงยังไงคนเราก็ต้องกิน ในขณะเดียวกันมันก็ได้สอนเราด้วย

แต่ว่าในพาร์ทการทำงานหลักเราก็ยังทำเหมือนปกติ เพียงแค่ตรงนั้นเราก็เริ่มไว้เพื่อที่วันหนึ่งเราจะได้กลับไปเป็นชาวสวน

“น้องโพธิ์” ทายาท “แอน-ชาคริต”

ครอบครัว “น้องโพธิ์” ทายาท “แอน-ชาคริต”