วันนี้เมื่อ45ปีที่แล้ว

วันนี้เมื่อ45ปีที่แล้ว เฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งซึ่งกำลังทำภารกิจ ไปรับตำรวจตระเวนชายแดนที่บาดเจ็บจากการเหยียบกับระเบิด ที่ ต.บ้านส้อง อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี ถูกผู้ก่อการร้าย เป็นเหตุให้ ‘หม่อมเจ้าวิภาวดี รังสิต’ สิ้นชีพิตักษัย‘หม่อมเจ้าวิภาวดี รังสิต’ ทรงได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ จากพระบาทสมเด็จพระมหาภุมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9

ให้ทรงเป็น นางสนองพระโอษฐ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการเสด็จเยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2510 ทั้งยังทรงปฏิบัติภารกิจ ในฐานะผู้แทนพระองค์ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงนำสิ่งของพระราชทานไปเยี่ยมตำรวจ ทหาร ประชาชนในถิ่นทุรกันดารเป็นเนืองนิจ

กระทั่งวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2520 ขณะ ‘หม่อมเจ้าวิภาวดี’ เสด็จทางเฮลิคอปเตอร์ที่ประทับ ไปรับตำรวจตระเวนชายแดนที่บาดเจ็บจากการเหยียบกับระเบิดที่ จ.สุราษฎร์ธานี ได้ถูกผู้ก่อการร้ายยิงปืนมายังเฮลิคอปเตอร์ที่ประทับ ทำให้พระองค์สิ้นชีพตักษัย ‘พล.ต.อ. วสิษฐ เดชกุญชร’ ได้เล่าถึง ‘พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต’ ไว้ใน ‘รอยพระยุคลบาท’ ความว่า…

หน้าที่ของผมตามพระราชบัญญัตินายตำรวจราชสำนักประจำนั้น นอกจากจะได้แก่การถวายความปลอดภัยแล้ว ยังต้อง ‘ปฏิบัติตามพระราชประสงค์’ ซึ่งหมายความว่าจะทรงใช้อย่างใดก็ได้สุดแต่พระราชอัธยาศัย ผมรู้อยู่แล้ว

จึงเตรียมพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าอื่นถวาย ‘หน้าที่อื่น’ ที่มาถึงโดยมิได้คาดหมาย คือ การตามเสด็จถวายความปลอดภัยแด่ ‘หม่อมเจ้าหญิงวิภาวดี รังสิต’ สถานการณ์ภาคใต้ขณะนั้นหลายจังหวัดคับขันและรุนแรงไม่แพ้ภาคอีสานและภาคเหนือที่ผมเคยผ่านมาแล้ว ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์สามารถจัดตั้งเป็นกองกำลังถืออาวุธ และเข้าโจมตีจนทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับความสูญเสียมากบ้างน้อยบ้างอยู่ตลอดเวลา

เพราะฉะนั้น พระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จฯ จึงทรงเป็นห่วง และจึงมีพระราชบัญชาให้ผมตามเสด็จท่านหญิงวิภาฯ เพื่อถวายความปลอดภัยแด่ท่าน ท่านหญิงวิภาฯ นั้นทรงมีพระนิสัยคล้ายพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จฯ ตรงที่โปรดการเสด็จแบบถึงลูกถึงคน หากไม่จำเป็นจะไม่ประทับเฮลิคอปเตอร์ แต่จะเสด็จโดยทางพื้นดินเป็นส่วนใหญ่ เมื่อเริ่มตามเสด็จแล้ว ผมจึงได้รู้ว่ามีอันตราย การเสด็จของท่านหญิงซึ่งเป็นพระราชวงศ์และเสด็จแทนพระองค์พระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จฯ นั้น ทำความตื่นเต้นและยินดีให้แก่ประชาชนโดยทั่วไป ไม่ว่าจะเสด็จไปที่ไหนก็มีคนไปเฝ้าอย่างเนืองแน่น ประกอบกับท่านหญิงเป็นเจ้านายที่ไม่ถือพระองค์ การเสด็จของท่านหญิงจึงทำความอุ่นใจให้แก่ประชาชน และเป็นสิ่งที่ชาวใต้ตั้งตาและตั้งใจคอย

จึงไม่ต้องสงสัยว่า ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ถือว่าการเสด็จของท่านหญิงเป็นอุปสรรคแก่การทำงานของเขา เขาไม่ประสงค์ที่จะให้ประชาชนรู้สึกอุ่นใจ แต่ต้องการที่จะให้ประชาชนรู้สึกว้าเหว่และถูกทอดทิ้งต่อไปอีก เพื่อจะได้สะดวกแก่การทำงานโฆษณาชวนเชื่อให้เป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาลในการเสด็จหลายครั้ง ทางรถยนต์ไม่มี ท่านหญิงต้องประทับเกาะท้ายรถจักรยานยนต์แล่นไปตามทางคนเดินในป่าหรือสวนยางหรือตามคันนา และผู้ตามเสด็จก็ต้องเกาะท้ายจักรยานยนต์ไปคนละคันๆ เช่นเดียวกัน…”

“…ผมตามเสด็จท่านหญิงวิภาฯ อยู่จนถึงกลางเดือนกันยายน พ.ศ. 2515 พระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จฯ จึงได้เสด็จฯ ไปทรงเยือนอำเภอพระแสงการเสด็จฯ ครั้งนั้นคงไม่เป็นที่สบอารมณ์ของผู้ก่อการร้ายอย่างแน่นอน จะเห็นได้จากการที่ผู้ก่อการร้ายซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่ที่เดินทางเข้าไปเตรียมการรับเสด็จที่ อ.พระแสง เป็นเหตุให้นายตำรวจเสียชีวิตไปคนหนึ่ง… ระหว่างทางเสด็จโดยเฉพาะในเขต จ.สุราษฎร์ธานี นั้นเราได้เห็นริ้วรอยของการต่อสู้ระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ก่อการร้ายอยู่เป็นระยะๆ ตลอดทาง แต่ท่านหญิงไม่เคยทรงแสดงพระกิริยาให้รู้สึกว่าทรงวิตกหรือหวาดหวั่นในเหตุการณ์นั้น

ครั้งหนึ่ง ขณะที่ทรงบรรยายเรื่องประสบการณ์ของพระองค์ เมื่อมีผู้ขอให้รับสั่งเล่าเรื่องผู้ก่อการร้าย ท่านหญิงตอบว่าไม่มีเรื่องจะเล่า ทรงทราบว่าในหมู่บ้านที่เสด็จเข้าไปนั้นมี ‘พวกนั้น’ อยู่ แต่ไม่เคยสนพระทัยว่าผู้ใดเป็นอะไร “โดยเฉพาะตอนน้ำท่วม เราไม่เคยคิดว่าใครเป็นพวกไหนเลย ต่างก็ขาดแคลนอาหาร เสื้อผ้า และเจ็บป่วยด้วยกันทั้งนั้น ของพระราชทานจึงถึงมือทุกคนซึ่งเป็นคนไทยในผืนแผ่นดินไทยของเราที่ได้รับความเดือดร้อน”

ท่านหญิงทรงห่วงใยแต่ผู้อื่น และไม่ทรงเป็นห่วงความปลอดภัยของพระองค์เอง เมื่อเช้าวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2520 ขณะที่กำลังเสด็จไปเยี่ยมประชาชนและเจ้าหน้าที่ดังที่ได้เคยปฏิบัติมาเป็นเวลาแรมปี และเฮลิคอปเตอร์ของกรมตำรวจที่ประทับกำลังบินอยู่ในเขต อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี เจ้าหน้าที่ได้รับรายงานว่าข้างล่างมีการประทะต่อสู้กันระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้ก่อการร้าย เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนสองนายต้องกับระเบิดได้รับบาดเจ็บสาหัส

ขณะนั้นในเครื่องบินนอกจากผู้ตามเสด็จอยู่ด้วย ท่านหญิงจึงรับสั่งให้นักบินนำพระภิกษุทั้งสองรูปไปส่งและให้คอยอยู่ที่วัดบ้านส้อง ส่วนพระองค์เองเสด็จไปกับเฮลิคอปเตอร์เพื่อรับผู้ได้รับบาดเจ็บไปส่งโรงพยาบาล ขณะที่กำลังร่อนลงนั่นเอง ผู้ก่อการร้ายได้ระดมยิงเครื่องบินอย่างหนาแน่น กระสุนปืนทะลุเฮลิคอปเตอร์เข้าไป นัดหนึ่งถูกท่านหญิงเป็นแผลฉกรรจ์ เฮลิคอปเตอร์ชำรุด บินต่อไปไม่ได้ นักบินต้องนำเครื่องลงฉุกเฉินระหว่างทาง ขณะที่เฮลิคอปเตอร์อีกเครื่องหนึ่งกำลังเชิญเสด็จท่านหญิงไปโรงพยาบาลนั่นเอง ท่านหญิงก็สิ้นพระชนม์

ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ก่อนสิ้นพระชนม์ ท่านหญิงยังทรงมีพระสติ ตรัสขอให้ พระมหาวีระ และ ครูบาธรรมไชย กราบถวายบังคมลาพระเจ้าอยู่หัวแทน ทรง “ขอนิพพาน” และตรัสเป็นประโยคสุดท้ายว่าทรงเห็นนิพพานแล้ว พระนิพพานที่ท่านหญิงทอดพระเนตรเห็นนั้น “

สวยงดงามและแจ่มใสเหลือเกิน”ขณะที่ท่านหญิงต้องกระสุนปืนสิ้นพระชนม์นั้น ผมกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ที่เชียงใหม่ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตฯ เสด็จไปทรงรับพระศพของท่านหญิงที่ท่าอากาศยานกรุงเทพฯ ผมได้ตามเสด็จทูลกระหม่อมไปด้วย วันนั้นผมได้มีโอกาสเห็นท่านหญิงครั้งสุดท้ายเมื่อเข้าไปถวายน้ำพระศพ ก่อนหน้านั้นผมเห็นความตายมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แต่น้อยครั้งที่ผมเสียน้ำตาให้แก่ผู้ตาย วันนั้นผมกลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้ และต้องร้องไห้ออกมา ทั้งๆ ที่รู้ว่ากำลังอยู่ต่อหน้าที่ประทับของพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จฯ

พวงมาลาดอกไม้สดของพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงวางไว้หน้าพระศพของท่านหญิงนั้น มีข้อความตอนหนึ่งจากเพลงพระราชนิพนธ์ ความฝันอันสูงสุด จารึกไว้ว่า “…จะแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด จะรักชาติจนชีวิตเป็นผุยผง จะยอมตายหมายให้เกียรติดำรง จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา”ส่วนพวงมาลาพระราชทานของสมเด็จฯ มีคำไว้อาลัยปรากฏความว่า “…ทิวาวารผ่านมาเยือนหล้าโลก พร้อมความโศกสลดให้ฤทัยหาย อริราชพิฆาตร่างท่านวางวาย แสนเสียดายชีพกล้าวิภาวดี”

และเมื่อวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2520 ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาเป็น ‘พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต’ และพระราชทานเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์มหาจักรีบรมราชวงศ์ กับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ช้างเผือกชั้นที่ 1 ประถมาภรณ์ช้างเผือก ทั้งนี้ ในเวลาต่อมา รัฐบาลได้นำพระนาม ‘วิภาวดีรังสิต’

มาเป็นชื่อถนน เพื่อระลึกถึงคุณงามความดีและความกล้าหาญของพระองค์ นอกจากนี้ คุณงามความดีของพระองค์ยังคงอยู่ในความทรงจำของสุราษฎร์ฯ จึงได้มีการกำหนดวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของทุกปี คือวันที่ 16 กุมภาพันธ์ เป็น #วันวิภาวดี เพื่อทำพิธีสดุดีและบำเพ็ญกุศลถวาย ณ พระอนุสาวรีย์ 5 แห่งทั่วจังหวัดสุราษฎร์ธานีด้วย

ขอขอบคุณข้อมูลข่าวจาก
https://bit.ly/34Yfik0