สมเด็จ พ ร ะ สังฆราชฯ ประทาน พ ร ะ คติธรรม เนื่องในวันมาฆบูชา 2564

สมเด็จพระสังฆราชฯ ประทานพระคติธรรม เนื่องในวันมาฆบูชา 2564

เจ้าพระคุณ สมเด็จ พ ร ะ อริยวงศาคต ญ า ณ สมเด็จ พ ร ะ สังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทาน พ ร ะ คติธรรม เนื่องในวันมาฆบูชา 26 กุมภาพันธ์ 2564 ความว่า “ดิถีมาฆบูชาได้เวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่งแล้ว ดิถีเช่นนี้ชวนให้พุทธบริษัททุกหมู่เหล่าน้อมระลึกถึง เ ห ตุ ก า ร ณ์ ณ์ที่สมเด็จ พ ร ะ สั มมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ อันมีหลักการสำคัญเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา ได้แก่ 1. การไม่ทำ บ า ป ทั้งปวง 2. การบำเพ็ญ กุ ศ ล ให้ถึงพร้อม และ 3. การ ชำ ร ะ จิ ต ใ จ ให้บริสุทธิ์ ประทานแก่พระอรหันตสาวก 1,250 รูป ซึ่งล้วนอุปสมบทด้วยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทา เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ณ ดิถีเพ็ญเดือน 3 เมื่อกว่า 2,600 ปีล่วงมาแล้ว อ ย่ า ง ไรก็ดี หากปีใดเป็นปีอธิกมาส วันมาฆบูชาจะตรงกับดิถีเพ็ญเดือน 4 ดังเช่นที่เกิดขึ้นปีนี้

สารัตถะประการหนึ่งในโอวาทปาติโมกข์นั้น สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงสั่งสอนหลักการแห่ง ‘ขันติธรรม’ เพื่อเป็นหลักเผยแผ่พระศาสนา และการดำรงตนของพุทธบริษัท ดัง พ ร ะ พุทธภาษิตที่ว่า ‘ขนฺตี ปรมํ ตโป ตีติกฺขา’ แปลว่า ‘ขันติ เป็นเครื่อง เ ผ า ผ ล า ญ บ า ป ธรรม อ ย่ า ง ยิ่ง’

ขันติ หมายถึง ความ อ ด ท น อ ด กลั้น มีลักษณะ คือความ ข่ ม มีรส คือความอดทนต่อสิ่งที่น่าพอใจและไม่น่าพอใจ มีสภาพที่ปรากฏ คือความอดกลั้นหรือความไม่ โ ก ร ธ มีพื้นฐานคือความเข้าใจสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง

ทุก ชี วิ ต ที่เกิดมาในโลกต่างมี สั ญ ช า ต ญ า ณ รั ก สุข เ ก ลี ย ด ทุ ก ข์ ด้วยกันทั้งสิ้น และก็เป็นธรรมดาที่ทุก ชี วิ ต จำต้องเผชิญความ ทุ ก ข์ โทมนัส สลับกับความสุขโสมนัส หมุนเวียนเปลี่ยนไปอยู่เสมอ จะหาบุคคลผู้มิต้องประสบกับ โลกธรรม 8 กล่าวคือ มีลาภ เ สื่ อ ม ลาภ มียศ เ สื่ อ ม ยศ สรรเสริญ นิ น ท า สุข และทุ ก ข์ ในโลกนี้ เป็นอันมิมีเลย ผู้ตระหนักรู้ในความจริงเช่นนี้ จึงพึงสั่งสมบ่มเพาะกำลังแห่งขันติไว้สำหรับใช้ระงับ ยั บ ยั้ง และต้านทานโลกธรรม โดยเฉพาะ อ ย่ า ง ยิ่ง ในท่ามกลาง วิ ก ฤ ติ การณ์ ซึ่ง รุ ม เ ร้ า เข้าสู่บ้านเมืองและโลกของเราทุกวันนี้ ทั้งนี้ ก็เพื่อจะได้ รั ก ษาร่างกายและจิตใจให้ยังคงความผาสุก สามารถอดทนอดกลั้นต่อ ทุ ก ข เ ว ท น า ทางกาย ถ้อยคำ จ า บ จ้ ว ง ล่วงเกิน คำติฉิน นิ น ท า ว่า ร้ า ย และความ เ สื่ อ ม ลาภ เ สื่ อ ม ยศ ซึ่งหลงยึดถือไว้ว่าเป็นตัวเราของเราเสียได้ อ ย่ า ง น้อยแม้จะ เ จ็ บ ใจเพียงใด แต่ก็ไม่เผลอแสดงอาการหุนหันพลันแล่นออกมาทางกายหรือทางวาจาจ นเ สี ย กิ ริ ย า อาการอันดี

บุคคลผู้สามารถดำรงขันติธรรม คือความ อ ด ท น อ ด กลั้นไว้ได้ ย่อมได้ชื่อว่าเป็นผู้เสงี่ยมงดงาม ถือธรรมะเป็นใหญ่ กิ เ ล ส ตั ณ ห า ไม่อาจทำ อั น ต ร า ย เมื่อเป็นได้ดังนี้แล้ว ย่อมประสบความสงบร่มเย็น ระงับความ ดิ้ น ร น ท ะ ย า น อ ย า ก การที่สามารถดับ เ พ ลิ ง ทุ กข์ เป็นคราว ๆ ได้ เสมือนว่าได้ถึงพระนิพพานเป็นคราว ๆ เป็นบทพิสูจน์ให้พุทธบริษัทรู้เห็น ต า ม ความเป็นจริงว่า พระนิพพานมิใช่ธรรมะอันสุดเอื้อม แม้ว่าพระนิพพานจริง ๆ คือความดับเพลิง ทุ ก ข์ ได้โดยสิ้นเชิงอาจยังอยู่ไกล แต่พระนิพพานในปัจจุบันคือความ ดั บ กิ เ ล ส ตั ณ ห า ซึ่งบังเกิดขึ้นครอบงำจิตใจในขณะนี้ จึงอาจใช้ ขันติธรรม คือความ อ ด ทน อ ด กลั้นนี้เอง เป็นเครื่องช่วยระงับดับได้ แม้เพียงคราวหนึ่ง ๆ ก็ยังดี ไม่เกินความสามารถที่ทุกคนจะปฏิบัติและเข้าถึงได้ เพื่อความสงบร่มเย็นซึ่งพึงบังเกิดมีขึ้นแก่ตนและแก่สังคมส่วนรวม สมความปรารถนาอันดีงามของคนไทย ที่ต่างหวังใจมุ่งหมายจะได้ประ ส บ สันติสุขด้วยกันทุกคน

ขอพระสัทธรรมของสมเด็จ พ ร ะ สัมมาสัมพุทธเจ้า จงดำรงมั่นคงอยู่ในโลกนี้ตลอดกาลนาน และขอพุทธบริษัททั้งหลาย จงพร้อมเพรียงกันศึกษาพระสัทธรรมนั้น เพื่อ บ ร ร ลุถึงความรุ่งเรืองไพบูลย์ยิ่ง ๆ ขึ้นสืบไป เทอญ

ขอขอบคุณที่มา: https://bit.ly/3aRrxPU

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *