สารคดีประ วั ติ ศ า ส ต ร์ ในหลวง ร.10 ขณะทรงศึกษา ท ห า ร ดันทรูน

สารคดีประ วั ติ ศ า ส ต ร์ ในหลวง ร.10 ขณะทรงศึกษา ท ห า ร ดันทรูน

ยังความปลื้มปีติแก่พสกนิกรชาวไทย พลันได้เห็นบันทึกทางประ วั ติ ศ า ส ต ร์ สำคัญ ไม่เคยเผย แ พ ร่ ต่อสาธารณะมาก่อน กับวีดิทัศน์และพระบรม ฉ า ย า ลักษณ์ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ครั้งทรงศึกษาในเครือรัฐออสเตรเลีย ณ วิ ท ย า ลั ย กา ร ท ห า ร ดันทรูน ได้จัดทำเป็นสารคดีและนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ เผย แ พ ร่ เ ป็ นของขวัญให้คนไทย จัดทำโดย สถานเอกอัครราช ทู ต เครือรัฐออสเตรเลียประจำประเทศไทย เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ไทย-ออสเตรเลีย ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ในโอกาสเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ครบรอบ 69 ปี

การนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯไปทอดพระเนตรวีดิทัศน์เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขณะทรงศึกษาในเครือรัฐออสเตรเลีย ณ ทำเนียบเอกอัครราช ทู ต เครือรัฐออสเตรเลียประจำประเทศไทย เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ

ภายหลังเสด็จฯ ฯพณฯ นายอัลลัน แมคคินนอน เอกอัครราช ทู ต เครือรัฐออสเตรเลียประจำประเทศไทย เปิดใจถึงการจัดทำสารคดีและนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติครั้งนี้ว่า เมื่อช่วงปลายปี พ.ศ.2561 สถานเอกอัครราช ทู ต ออสเตรเลียประจำประเทศไทย ได้ค้นพบวีดิทัศน์ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้งทรงประทับและทรงศึกษาที่ออสเตรเลีย เรามองว่าสามารถพัฒนาเป็นสารคดีได้ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระองค์ และเพื่อเฉลิมฉลองความสัมพันธ์และประวัติ ศ า ส ต ร์ ที่พระราชวงศ์ไทยทรงมีร่วมกับออสเตรเลีย จึงไปค้นข้อมูลเพิ่มเติมกับ “หอจดหมายเหตุแห่ง ช า ติ ออสเตรเลีย” ได้เจอวีดิทัศน์และพระบรม ฉ า ย า ลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ครั้งเสด็จพระราชดำเนินเยือนเครือรัฐออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม-12 กัน ย า ยน พ.ศ.2505 พร้อมวีดิทัศน์และพระบรม ฉ า ย า ลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขณะทรงศึกษาระดับเตรียม ท ห า ร ณ คิงส์สกูล เขตพารามัตตา นครซิดนีย์ และ วิ ท ย า ลั ย การ ท ห า ร ชั้นสูง ที่ วิ ท ย า ลั ย การ ท ห า ร ดันทรูน กรุงแคนเบอร์รา ระหว่างปี พ.ศ.2513-2519

ถือเป็นการค้นพบครั้งสำคัญ เพราะชุดวีดิทัศน์เหล่านี้ไม่เคยเผย แ พ ร่ ต่อสาธารณะมาก่อน ทั้งในประเทศออสเตรเลียและประเทศไทย ที่สำคัญเป็นวีดิทัศน์ที่ภาพคมชัดและให้เสียงชัดเจน ทำให้ผู้ที่ได้รับชม ต่างรู้สึกคิดถึงและปลื้มปีติเป็นล้นพ้น

อ ย่ า ง วีดิทัศน์ที่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงเป็นพระราชอาคันตุกะพระองค์แรกเสด็จฯ เยือนออสเตรเลีย และมีพระราชดำรัสในงานเลี้ยงต้อนรับ ท่ามกลางผู้สำเร็จราชการฯ ออสเตรเลีย และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของออสเตรเลียที่มาร่วมงาน

ความตอนหนึ่งว่า “ในอดีต ท่านเรียกประเทศไทยหรื อ ส ย า ม ว่าเป็นประเทศในตะวันออกไกล แต่ประเทศของเราไม่ใช่ประเทศตะวันออกไกล แต่อยู่ใกล้กันทางเหนือ” ซึ่งได้รับเสียงปรบมือจากผู้ร่วมงานเป็นจำนวนมาก

ครั้งนั้น ในหลวง รัชกาลที่ 9 และพระราชินี เสด็จฯเยือนออสเตรเลียเป็นเวลากว่า 3 สัปดาห์ ทั้ง 2 พระองค์ เสด็จฯไปทุกรัฐของออสเตรเลีย ซึ่งท่านเอกอัครราช ทู ต เชื่อว่าน่าจะเป็นเหตุให้ในหลวง รัชกาลที่ 10 ทรงเลือกศึกษาต่อที่ออสเตรเลีย ในเวลาต่อมา

วีดิทัศน์ยังบอกเล่าพระราชกรณียกิจและพระราชจริยวัตร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงเข้ารับการฝึกฐานต่างๆ ด้านการ ท ห า ร เช่น ทรงปีนกำแพง ต า ข่ายเชือก ทรงปีนกำแพงสูง ซึ่งต้องอาศัยความแข็งแรงของพระวรกาย พระราชหฤทัยที่ตั้งมั่นอดทน และความสามัคคีของทีม ซึ่งได้รับการชื่นชมจากพระสหายร่วมชั้นเรียน เช่น ฯพณฯ พลเอก เดวิด เฮอร์ลีย์ ผู้สำเร็จราชการฯ ออสเตรเลีย คนปัจจุบัน, ฯพณฯ พลเอก เซอร์ ปีเตอร์ คอสโกรฟ อดีตผู้สำเร็จราชการฯ ออสเตรเลีย ถูกเชิญมาเปิดมุมมองในสารคดีนี้ด้วย

พระสหายหลายคนต่างตื่นเต้นที่มี “มกุฎราชกุ ม า ร” ต่างประเทศมาร่วมเรียนด้วย แต่ก็ได้รับการปฏิบัติต่อพระองค์ เสมือนเพื่อนนักเรียน ท ห า ร ทั่วไป

พระสหายหลายคนยังกล่าวชื่นชม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “พระองค์ทรงงานหนักมากมาย และทรงได้รับการยอมรับของพระสหายร่วมชั้น พระองค์ทรงทำได้ดียิ่ง” พลเอก เซอร์ ปีเตอร์ คอสโกรฟ อดีตผู้สำเร็จราชการฯ ออสเตรเลีย กล่าวในสารคดี

“ทรงประทับที่ วิ ท ย า ลั ย ช่วงกลางวัน และเสด็จฯไปสถาน ทู ต ไทยประจำออสเตรเลีย ช่วงกลางคืน เพื่อทรงร่วมงานเลี้ยง หรือกิจ ก ร รม ต่างๆ ที่แตกต่างกัน อ ย่ า ง มาก พระองค์ทรงเป็นนักเรียนนายร้อย แต่เมื่อทรงก้าว ย่ า ง ออกจากดันทรูนไปสู่ชุมชนชาวไทย ก็ทรงมีสายสัมพันธ์ที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง ส่วนพระสหายไม่ต้องทำเช่นนั้น ไม่ต้องปรับเปลี่ยนดั่งเช่นพระองค์ คิดว่าสิ่งนั้นคือความ ท้ า ทายอันยิ่งใหญ่” พลเอก เดวิด เฮอร์ลีย์ ผู้สำเร็จราชการแห่งเครือ รั ฐ ออสเตรเลีย คนปัจจุบัน กล่าวในสารคดี

“สิ่งที่ประทับใจผมมากคือ ทรงสนพระราชหฤทัยด้านศิลปะ โดยเฉพาะดนตรี สมเด็จพระบรมชนกนาถ (พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร) ทรงเป็นนักดนตรีที่ยอดเยี่ยม พวกเราจะนั่งฟังพระองค์ทรงดนตรี นั่นเป็นสิ่งที่เราทั้ง 2 ฝ่ายรักและไม่เคยลืม ผมมักจะบอกกับเพื่อนๆ ว่า พระองค์จะทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่เข้มแข็ง และจะทรงมีความมั่นใจตามแบบ ก อ ง ทั พ เพราะทรงได้รับการฝึกฝนจากดันทรูน” สาธุคุณอาร์เธอร์ บริดจ์ บาทหลวงและอดีตพระสหายร่วมชั้นเรียน กล่าวในสารคดี

เป็นเวลา 4 ปีแสน ท ร ห ด ใน วิ ท ย าลั ย นายร้อย ท ห า ร บกที่มีชื่อเสียง ได้สร้างนักเรียนนายร้อยที่แข็งแกร่ง ในวันสำเร็จการศึกษา ท่ามกลาง พ่ อ แ ม่ พี่ น้ อ ง และ ญ า ติ นักเรียนนายร้อย ที่มาร่วมแสดงความยินดี

ครั้งนั้น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จฯไปทรงแสดงความยินดีด้วย ท่ามกลางการเดินสวนสนาม ตั้งแถวที่แข็งแกร่งด้วยระเบียบวินัย สง่างาม ก่อนทรงเป็น ท ห า ร ประจำการ ณ กองปฏิบัติการทางอากาศพิเศษ ในนครเพิร์ธ ซึ่งนับเป็นกองปฏิบัติการทางการ ท ห า ร ชั้นนำของออสเตรเลีย

เป็นสารคดีเฉลิมพระเกียรติที่สถาน ทู ต ตั้งใจทำถึง 2 ปี มีความยาว 19.30 นาที ตั้งใจ อ ย า ก มอบเป็นของของขวัญแก่คนไทย

นายอัลลันกล่าวอีกว่า ตอนแรกสารคดีทำเป็นภาคภาษาไทย แต่ภายหลังทูลเกล้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทอดพระเนตร ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยว่า พระสหายพูดเป็นภาษาอังกฤษ อาจด้วยทรง อ ย า ก ฟังเสียงของพระสหาย และ บ ร ร ย า ก า ศ ที่ทรงประสบด้วยพระองค์เอง เราจึงทำสารคดีเป็นภาคภาษาอังกฤษเพิ่มเติม และนำมา ฉ า ย ในงานพิธีที่พระองค์ และพระราชินี เสด็จฯ ทอดพระเนตร

“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพอพระทัยมากกับสารคดีดังกล่าว ทรงมีพระราชดำรัสกับผมว่า ได้ทอดพระเนตรสารคดีนี้หลายครั้ง” นายอัลลันกล่าวด้วยน้ำเสียงประทับใจ

เอกอัครราชทูตยังเล่ารำลึกวันที่ได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อถวายพระราชสาส์นตราตั้ง มีรับสั่งว่า “รักออสเตรเลีย” ซึ่งท่านทูตเชื่อว่านี่เป็นเหตุให้พระองค์ และพระราชินี เสด็จฯมาพิธีดังกล่าว

“ภายหลังพิธี มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของไทยหลายคนเดินมาขอบคุณกับผมว่า สารคดีนี้ทำให้เขาได้ทราบประวัติ ศ า ส ต ร์ ลึกซึ้งขึ้น จากที่ทราบเพียงเบื้องต้นเท่านั้น ก็เชื่อว่านี่จะเป็นคะแนนทางการทูตให้สถานเอกอัครราชทูตเครือ รั ฐ ออสเตรเลียประจำประเทศไทยต่อไป เสริมสร้างความสัมพันธ์ทั้ง 2 ประเทศให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และจะนำสารคดีและพระบรม ฉ า ย า ลักษณ์นี้ มาจัดแสดง อ ย่ า ง เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ไทย-ออสเตรเลียครบรอบ 70 ปี ในปี 2565 ต่อไป” นายอัลลันกล่าวทิ้งท้าย

ขอขอบคุณที่มา : https://bit.ly/3bx2W22

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *