รักเพียงหนึ่งเดียวของ ในหลวง รัชกาลที่ 7 พระองค์ท่านไม่ประสงค์มีพระสนมอื่นใด

รักเพียงหนึ่งเดียวของ ในหลวง รัชกาลที่ 7 พระองค์ท่านไม่ประสงค์มีพระสนมอื่นใด

ในอดีตตามปรกติแล้วพระมหากษัตริย์จะมีมเหสี เจ้าจอม และสนม เป็นจำนวนมาก ซึ่งแสดงถึงศักยภาพความเป็นชาย และประโยชน์ในการใช้ ท า ย า ท ให้เป็นประโยชน์ เพื่อพัฒนาบ้านเมืองให้เจริญในด้านต่าง ๆ ประเทศไทยก็เป็น อ ย่ า ง นั้น ตั้งแต่สมัยสุโขทัย จวบจนกระทั่งถึงรัชกาลที่ 6

แต่เมื่อมาถึงสมัยของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 พระองค์ทรงมีความรักต่อผู้หญิงคนหนึ่ง และมีเพียงคนเดียวเท่านั้น ตลอดพระชนม์ชีพ นั่นก็คือ “…สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี…”

ความรักครั้งนี้เริ่มต้นที่วังพญาไท เมื่อหม่อมเจ้ารำไพพรรณี สวัสดิวัตน์ ถวายตัวมาอยู่ภายใต้การดูแลของสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ (สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี) เพื่อมาถวายการรับใช้

วันหนึ่ง เมื่อว่างเว้นจากภารกิจต่าง ๆ สมเด็จฯ เจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ (รัชกาลที่ 7) เสด็จมาพบหม่อมเจ้าหญิงรำไพพรรณี ณ วังพญาไท จึงเกิดเป็นรักแรกพบ

ในขณะนั้น สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระ ย า วชิรญาณวโรรส สมเด็จพระสังฆราช ทรงเล็งเห็นว่า พระเจ้าน้อง ย า เธอฯ พระองค์นี้ทรงเป็นพระราชกุ ม า ร ลำดับสุดท้ายในจำนวนพี่น้องทั้งหมด ที่ร่วมพระราชชนนีเดียวกันถึง 5 พระองค์ ดังนั้นโอกาสที่จะได้สืบราชสมบัติจึงเป็นได้ ย า ก เพราะต้องทรงผ่านลำดับถึง 4 พระองค์

สมเด็จพระสังฆราช กราบทูลเชิญพระองค์ให้คงอยู่ในสมณเพศ เพื่อได้ทรงเป็นสมเด็จพระสังฆราช ประมุขปกครองฝ่ายศาสนจักรต่อไป แต่พระองค์ทรงปฏิเสธ โดยทรงมีพระราชดำรัสว่า “…ทรงมีรักกับหญิงคนหนึ่ง…” ซึ่งนั่นก็คือ “…หม่อมเจ้าหญิงรำไพพรรณีนั่นเอง…”

ในปี 2461 พระองค์ได้ทรงมีหนังสือกราบบังคมทูลพระกรุณาต่อ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เพื่อขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต อภิเษกสมรสกับหม่อมเจ้าหญิงรำไพพรรณี ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชานุญาต และในพระราชพิธีสมรสในครั้งนี้ ได้เป็นครั้งแรกที่ทรงริเริ่มให้มีการจดทะเบียนสมรสในหมู่พระราชวงศ์ไทย

(ในตอนนี้ บางตำราก็เล่าว่า ทรงไปอ้อนสมเด็จพระศรีพัชรินทราฯ ให้ไปขอหม่อมเจ้าหญิงรำไพพรรณีให้ สมเด็จพระศรีพัชรินทราฯ ยังไม่ยอม เพราะต้องถามฝ่ายนู้นให้รู้เรื่องซะก่อนจึงดำเนินการ สมเด็จพระเจ้าน้อง ย า เธอเจ้าฟ้าฯ ทรงงอนไม่เสวยอะไรจนพระ ม า ร ดายอมใจอ่อน)

ในเวลาต่อมา เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต สมเด็จพระเจ้าน้อง ย า เธอ เจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ กรมหลวงสุโขทัยธรรมราชา ได้เสด็จขึ้นเป็นพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 และหม่อมเจ้าหญิงรำไพพรรณี ได้รับพระราชอิสริยยศ เป็น “สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี”

ในปี 2475 เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองโดยคณะราษฎร์ ซึ่งขณะนั้นทั้งสองพระองค์ยังประทับอยู่ที่พระราชวังไกลกังวล ได้มีตัวแทนจากคณะราษฎร์ กราบบังคับทูลเชิญทั้งสองพระองค์เสด็จกลับพระนคร ซึ่งในตอนนั้น พระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสถามความเห็นจากสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในฐานะคู่ ชี วิ ต ว่า

“…หญิงว่ายังไง…”

ทางด้านสมเด็จฯ นั้น แม้จะทรงเป็นสตรี แต่ได้กราบบังคมทูลด้วยความเด็ดเดี่ยวไปว่า

“…เข้าไปตายไม่เป็นไร แต่ต้องมีศักดิ์ศรีมีสัจจะ…”

ซึ่งทำให้พระเจ้าอยู่หัว ตัดสินพระทัยเสด็จกลับพระนคร และแล้วในวันที่ 12 มกราคม 2475 ทั้งสองพระองค์ได้เสด็จอังกฤษและนั่นเป็นการอำลา ส ย า ม ครั้งสุดท้ายของรัชกาลที่ 7 เนื่องจากขณะที่ พระองค์ทรงรักษาพระเนตรจาก แ พ ท ย์ ผู้เชี่ยวชาญในประเทศอังกฤษ ได้ทรงขัดแย้งกับคณะรัฐบาล จึงตัดสินพระราชหฤทัยสละราชสมบัติ เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2477

ในเดือนพฤษภาคม 2484 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมี พระอาการประชวร และเสด็จสวรรคต โดยมีพระชนมายุ 48 พรรษา

ตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์นั้น มีความรักเพียงครั้งเดียวคือ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี แม้ว่าฐานะของพระองค์จะสามารถมีพระสนมได้มากมาย อย่างถูกต้องตามธรรมเนียมก็ ต า ม……

ขอขอบคุณที่มา : https://bit.ly/2Nh2dKi

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *