ที่สุดของชีวิต 50 ปี ช่างภาพตามเสด็จฯ ยังจดจำความประทับใจได้ทุก เ ห ตุ ก า ร ณ์

ที่สุดของชีวิต 50 ปี ช่างภาพตามเสด็จฯ ยังจดจำความประทับใจได้ทุก เ ห ตุ ก า ร ณ์

ถ้าใครจะถามว่าอะไรที่เป็น “ที่สุดของ ชี วิ ต” ตลอด 50 กว่าปีที่มีกล้องถ่ายรูปอยู่ในมือ ก็จะตอบโดยไม่ลังเ ล ใ จ สักนิดว่าคือการได้เป็น “ช่างภาพตามเสด็จฯ” แม้เวลาจะผ่านเลยมาถึงค่อน ชี วิ ต แต่ก็ยังจดจำความ ปลาบปลื้มประทับใจของตัวเองได้ทุกครั้ง ทุก เ ห ตุ ก า ร ณ์

การตามเสด็จฯ ครั้งแรกของ ชี วิ ต เพื่อไปถ่ายภาพพระราชกรณียกิจและการทรงงานของในหลวงรัชกาลที่ 9 เกิดขึ้นในเดือนตุลาคม 2521 บนเส้นทางจากพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ มุ่งหน้าสู่อำเภอกุดบาก จ.สกลนคร

เพราะพระองค์ท่านทรงขับรถยนต์พระที่นั่งด้วยพระองค์เอง ซึ่งจะจอด ต า ม พระราช อั ธ ย า ศั ย ขบวนรถหยุดเมื่อไร ช่างภาพตามเสด็จฯ ก็ต้องรีบเปิดประตูรถออกวิ่งไปข้างหน้า แต่สมองและสาย ต า ต้องประเมินให้ดีๆ เพราะการจอดเพื่อปฏิสันถารกับราษฎร อาจจะใช้เวลาสั้นบ้าง ย า ว บ้าง และเพราะตัวเองอยู่คันท้ายๆ ของขบวน 2-3 ครั้งแรกที่ขบวนหยุดจึงยังไปไม่ถึงเสียที พอเห็นข้าราชการที่ลงจากคันหน้าๆ กลับหลังหันเร่งรีบเดินย้อนกลับมาทางเรา แปลได้ว่า ขบวนเคลื่อนแล้ว ก็ต้องรีบวิ่งกลับมาขึ้นรถคันของตัวเองให้ทัน (และถูกคัน) ไม่งั้นมีหวังตกรถ เพราะพลขับ เตือนไว้ก่อนแล้วว่า “ไม่รอ” ..

มีที่กุดบากนี่แหละ ที่ไปทัน .. แม้จะ ห อ บ ซี่ โ ค ร ง บ า น !!

ที่นั่น แม้จะมีราษฎรนั่งรอรับเสด็จฯ อยู่เป็นจำนวนมาก แต่ผมก็ยังสามารถแทรกตัวเข้าไปได้ในระยะพอที่เลนส์เทเลโฟโต้ 70-200 มม. จะดึงภาพเข้ามาได้ใกล้ๆ .. แนบ ต า เข้ากับกล้อง และ .. ตกใจ! ทำอะไรไม่ถูก เมื่อมองเห็นภาพในหลวงรัชกาลที่ 9 อยู่ในช่องมองภาพ ครั้นได้สติ ก็ลนลานกดชัตเตอร์หลายครั้ง แน่นอนว่า มือไม้สั่น .. แต่ก็มั่นใจว่าผมอยู่ห่างพอที่เสียงชัตเตอร์จะไม่ได้ยินไปถึงพระองค์ท่าน (แต่เสียงหัวใจเต้นรัวของผมน่าจะ ได้ยินไปไกลว่านั้น ) ผมถ่ายภาพพระราชอริ ย า บทระหว่างทรงงานอีกหลายภาพ กระทั่งพบว่าฟิล์มหมดม้วน ระหว่างมือทำหน้าที่เปลี่ยนฟิล์มม้วนใหม่ สาย ต า ก็จับจ้องไปที่พระองค์ท่าน ซึ่งกำลังมีพระราชปฏิสันถารกับราษฎร ผมไม่ได้ยินพระสุรเสียง เพราะอยู่ห่างจากจุดที่ประทับพอสมควร

แต่ถึงกระนั้น ทั่วทั้งบริเวณก็เงียบสงัด เงียบจนได้เยินเสียงนกร้อง ไม่เหมือนสมัยนี้ ที่เรามักจะได้ยินเสียงประชาชนแซร่ซร้องถวายพระพร “ทรงพระเจริญ” ดังแทบจะตลอดเวลา ลองคิดดูสิ ว่าถ้ามีเสียงอื้ออึงขนาดนั้น พระองค์ท่าน จะรับสั่งกับราษฎรได้อย่างไร?

เมื่อกลับมาถึงรถ ผมก็ยัง มึ นๆ ง งๆ และเริ่มวิ ต ก จ ริ ต ภาพที่ถ่ายไว้นั้นจะดีไหม? ภาพจะเป็น อ ย่ า ง ไร? ไม่รู้จะกี่สิบคำถาม วนเวียนอยู่ใน ส ม อง ต่อมาอีกหลายวัน

เมื่อกลับมาถึงกรุงเทพ สิ่งแรกที่ทำก็คือล้างสไลด์ม้วนนี้ด้วยตัวเอง ตัดสไลด์ใส่ซองเสร็จสรรพ ก็เอาแว่นข ย า ย x10 มาส่องดู … ปลื้มทุกรูป! ครั้นขยับจะเลื่อนแว่น ข ย า ย ไปภาพ อื่นๆ ก็ชะงักมือไว้ ก้มลงมองใหม่ เพ่งมองที่ภาพแรกที่ผมฉายพระบรม ฉ า ย า ลั ก ษ ณ์ เพ่งไปที่พระพักตร์ ที่สายพระเนตรเปี่ยมไปด้วยพระเมต ต า ทอดมองไปยังราษฎร พร้อมย้อนระลึกถึงพระราชจริยาวัตรอันงดงามในเหตุการณ์วันนั้น ไม่ประหลาดใจเลย ที่ทรงเป็นมิ่งขวัญ เป็นที่รักและเทิดทูน ของคนไทยทั้ง ช า ติ

ส่วนภาพที่ผมชอบที่สุด เกิดขึ้นหลังจากภาพแรกเกือบ 4 ปี (7 กัน ย า ยน 2525) ที่บ้านบูโต๊ะ อ.ตากใบ จ. นราธิวาส การเริ่มต้นทำงานในวันนั้นก็คล้ายกับครั้งอื่นๆ คืออยู่ในขบวนเสด็จฯ ที่ทรงขับรถพระที่นั่งด้วยพระองค์เองไปสู่ปลายทาง .. ขบวนรถ แล่นแยกออกจากทางหลวงสายหลักไปตามถนนแคบๆ เกือบสิบกิโล ก็หยุด เมื่อลงไปปฏิบัติงานก็ งงๆ เพราะบริเวณนั้นไม่มีหมู่บ้าน ด้านหนึ่งเป็นสวน ย า ง อีกด้านเป็นทุ่งนาร้าง มีแต่สะพานไม้อยู่อันเดียว ไม่มีราษฎรรอรับเสด็จฯ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทอดพระเนตรแผนที่ในพระหัตถ์อยู่สักพัก ก็ทรงพระดำเนินลงจากถนนลูกรังไปหาชาวบ้านคนหนึ่ง ซึ่งนุ่งผ้าขาวม้ายืนมองขบวนอยู่ในนา ทรงสอบถาม โต้ตอบกันอยู่สักพัก ก็ทรงพระดำเนินกลับมาที่สะพาน ทอดพระเนตรแผนที่อีก แล้วลงประทับนั่งพิง ย า ง รถยนต์แลนด์โรเวอร์ในขบวน ส่วนคุณลุงท่านนั้น ก็ตามมานั่งพนมมืออยู่ เหตุการณ์นี้กินเวลา ย า ว นานครึ่งค่อนชั่วโมง นานพอที่ช่างภาพจะเดินลงไปหามุมอื่นๆ ถ่ายภาพอีก และภาพที่นำมาใช้ชมนี้ ถือเป็นภาพที่ผมรักที่สุด

ด้วยความภาคภูมิใจในงานที่เป็นมงคลของชี วิ ต งานที่ทำให้ได้เป็น “ช่างภาพตามเสด็จฯ” .. ทำให้ตัวเองปฏิเสธงานใน อ า ชี พ ที่ทำให้ต้องถ่ายภาพบุคคลตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา แม้แต่เลนส์ 2-3 ตัวที่ใช้ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่อันเป็นมงคลสูงสุดของ ชี วิ ต ก็ไม่เคยหยิบมาใช้อีก เว้นแต่เมื่อ ชี วิ ต เกิดความ ยุ่ ง ย า ก สับสน การได้หยิบกล้อง-เลนส์ชุดนั้นมาสัมผัส .. ทำให้ผมสามารถรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากจากโลหะเย็นๆ ชุดนั้น แผ่ซ่านไปถึงหัวใจซึ่งสร้างกำลังใจให้กับตัวเองเสมอมา

ขอขอบคุณที่มา : https://bit.ly/2NjlWJa

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *