พิ้งกี้ สาวิกา

เชื่อว่าหลายคนต้องรู้จักกับเธอคนนี้กันดีอย่างแน่นอน สำหรับ พิ้งกี้ สาวิกา ไชยเดช เธอได้เข้าวงการบันเทิงตั้งแต่อายุเจ็ดขวบ ได้รับการชักชวนโดยบังเอิญจากแมวมอง ขณะเดินเล่นกับครอบครัวที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านรามคำแหง โดยเริ่มจากการถ่ายโฆษณา มีผลงานแรกคือ โซนีไตรนิตรอน

พิ้งกี้ สาวิกา ไชยเดช

และมีผลงานอีกหลายโฆษณา เริ่มงานละครทางช่อง 3 เรื่อง “ไฟในดวงตา” รับบทเป็นลูกของจันทร์จิรา จูแจ้ง หลังจากนั้นมาเล่นละครกับทางช่อง 7 เรื่องแรกคือ “วันนี้ที่รอคอย” ส่วนละครที่ทำให้เธอเป็นที่รู้จักคือ “ดาวพระศุกร์” รับบทเป็นดาวพระศุกร์ตอนเด็ก

พิ้งกี้ สาวิกา ไชยเดช

ล่าสุดเรียกได้ว่า ทั้งสวย และ เก่งมากความสามรถอีกคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ สำหรับนักแสดงสาวสวย พิ้งกี้ สาวิกา ไชยเดช ที่ล่าสุดออกมาอัปเดตชีวิตให้ได้ฟังกัน ทั้งงานในวงการบันเทิง และ การเป็นแม่ค้าออนไลน์ ยืนยันไม่ทิ้งงานวงการบันเทิง พิ้งกี้ เผยว่าสถานการณ์ในรอบนี้ก็ปกติดีค่ะ ถ้าปรับตัวไวก็ไม่เป็นอะไร

พิ้งกี้ สาวิกา ไชยเดช

เราต้องอัปเดตว่าโลกของเราตอนนี้มันไปถึงไหนแล้ว ว่าอาชีพเราควรไปทางไหน แต่ว่าอาชีพไหนเราก็ต้องรักษามาตรฐาน และทำงานของเราให้ดีขึ้นเรื่อยๆ งานก็ยังแน่นเหมือนเดิม ก็เท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะรับได้ เรารับแบบที่เราสามารถจัดสรรเวลาของเราให้ได้ อาทิตย์หนึ่งเรามีเวลาพัก เวลาทำงาน และเวลาไลฟ์สด

พิ้งกี้ สาวิกา ไชยเดช

ก็แบ่งเวลาให้มันเท่าๆ กัน พรีเซ็นเตอร์ตอนนี้ก็มีเรื่อยๆ ละครก็มีของมันอยู่แล้ว ส่วนมากจะเข้ามาเป็นงานหลากหลายรูปแบบมากขึ้นด้วยความที่เรามีไลฟ์สด มันก็จะเป็นอีกลักษณะหนึ่งมากกว่า ตอนนี้แพลตฟอร์มออนไลน์มันมากกว่าออฟไลน์

พิ้งกี้ สาวิกา ไชยเดช

ด้วยความที่ตอนนี้คนส่วนใหญ่ไม่ได้ออกจากบ้าน เพราะงั้น ออนไลน์มันเลยเป็นงานอีกแบบหนึ่ง ก็ปกติเหมือนกับนักแสดงคนหนึ่ง ก็ต้องเปลี่ยนไปตามจังหวะกระแสของโลก ณ ตอนนี้ขอส่งกำลังใจให้ทุกแล้วด้วย เพราะเชื่อมันกระทบกับทุกคน และหวังว่ามันจะดีขึ้นถ้าเราปรับตัวทัน

พิ้งกี้ สาวิกา ไชยเดช

เรียกว่าไม่ปล่อยเวลาให้มันทิ้งขว้างมันหายไป อะไรทำได้ก็ทำเถอะ บางคนเปลี่ยนงานแล้วไม่รู้จะทำอะไรต่อ ลองทำสิ่งที่เราไม่เคยทำมาก่อน ไม่แน่อนาคตอะไรๆ จะเปลี่ยนไป เราก็คือแพลตฟอร์มมันเปลี่ยนไป

พิ้งกี้ สาวิกา ไชยเดช

หลายท่านก็เริ่มที่จะมาปรับเปลี่ยนบ้าง แต่ว่าของเราทำด้วยความสนุก เรารู้สึกว่าเราได้เอนเตอร์เทรนแฟนคลับเราด้วย แล้วเรารู้สึกว่าในฐานแฟนๆ ที่อยู่ในเพจ เราเป็นเหมือนครอบครัวเดียวกัน รู้สึกว่ามันเป็นความสุขและได้เป็นธุระกิจด้วย

พิ้งกี้ สาวิกา ไชยเดช