ต้นกำเนิดนมวัวแดง

“การเลี้ยงโคนมก็เป็นอาชีพที่ดีสำหรับคนไทย เหมาะกับประเทศ และถ้าใช้หลักวิชาที่เหมาะสม ก็จะทำให้มีความเจริญและมีรายได้ดี”
พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 แสดงถึงพระวิสัยทัศน์กว้าไกลที่ทรงเล็งเห็นว่า อาชีพการเลี้ยงโคนมจะช่วยให้ชาวไทยได้บริโภคอาหารที่มีคุณค่า ทั้งยังช่วยให้เกษตรกรไทยมีอาชีพที่มั่นคง เป็นหลักแหล่ง ไม่ต้องบุกรุกทำไร่เลื่อนลอย จึงก่อเกิด การเลี้ยงโคนม อาชีพพระราชทาน ที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรไทยมายาวนานและยั่งยืน

ย้อนกลับไปในเดือนกันยายน พ.ศ. 2503 ในหลวงรัชกาลที่ 9 และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จประพาสทวีปยุโรป ระหว่างประทับแรมอยู่ ณ ประเทศเดนมาร์ค ทรงให้ความสนพระทัยเกี่ยวกับกิจการการเลี้ยงโคนมของชาวเดนมาร์คเป็นอย่างมาก กลายเป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ว่าด้วยการร่วมมือด้านวิชาการการเลี้ยงโคนมระหว่างประเทศไทยและประเทศเดนมาร์ค

ก่อนหน้านั้นหนึ่งปี ‘นายนิลส์ กุนน่าส์ ซอนเดอร์กอร์ด’ ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตสุกร ของ FAO (Food and Agricultural Organization United Nation) ซึ่งปฏิบัติงานร่วมกับกรมปศุสัตว์ระหว่างปี พ.ศ.2498-2502 (ค.ศ.1955-1959) ได้สังเกตว่าคนไทยไม่รู้จักโคนม และดื่มนมในปริมาณน้อยมาก หลังจากกลับไปประเทศเดนมาร์คในปี พ.ศ. 2502 เขาจึงได้จัดทำโครงการฟาร์มโคนมและศูนย์ฝึกอบรมการเลี้ยงโคนมในประเทศไทย เสนอต่อ Danish Agricultural Marketing board

ต่อมาในปี พ.ศ. 2504 รัฐบาลเดนมาร์ค ได้ส่ง นายซอนเดอร์กอร์ด มาพัฒนาพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย คือ ดร.ยอด วัฒนสินธุ์ ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) คนแรก จนทำให้โครงการส่งเสริมการเลี้ยงโคนมในประเทศไทย เริ่มเป็นรูปธรรม โดยได้มาศึกษาสำรวจพื้นที่ในการจัดตั้งฟาร์มโคนมสาธิต และศูนย์ฝึกอบรม ณ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ซึ่งเป็นสถานที่เป็นหุบเขาสวยงามมีแหล่งน้ำสะอาดและไม่ไกลจากตลาดกรุงเทพฯ

โดยวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2504 ได้มีการลงนามสัญญาการให้ความร่วมมือช่วยเหลือทางวิชาการการเลี้ยงโคนม ระหว่างรัฐบาลเดนมาร์คกับรัฐบาลไทย โดย Danish Agricultural Marketing board จัดสรรเงินช่วยเหลือจำนวน 4.33 ล้านโครเนอร์ (หรือประมาณ 23.5 ล้านบาท ในขณะนั้น) โดยรัฐบาลเดนมาร์คได้ส่งผู้เชี่ยวชาญมาร่วมดำเนินการในปี พ.ศ. 2509 พร้อมสนับสนุนเงินจำนวน 2.87 ล้านโครเนอร์ สำหรับดำเนินงานในช่วง 8 ปี อันเป็นการตอบสนองพระราชปณิธานและความสนพระทัยในอาชีพการเลี้ยงโคนม หลังในหลวงรักชาลที่ 9 เสด็จนิวัติประเทศไทย

กระทั่งในวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2505 เมื่อ60ปีที่แล้ว พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระเจ้าเฟรเดอริคที่ 9 แห่งประเทศเดนมาร์ค ทรงประกอบพิธีเปิดฟาร์มโคนม และศูนย์ฝึกอบรมการเลี้ยงโคนมไทย-เดนมาร์ค อย่างเป็นทางการ นับว่าเป็นวันที่มีความสำคัญยิ่งในประวัติศาสตร์ของการเลี้ยงโคนมในประเทศไทย และนับเป็นจุดเริ่มต้นของการร่วมมือกันระหว่างประเทศไทยและประเทศเดนมาร์กภายใต้การสนับสนุนของหน่วยงานการให้ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของเดนมาร์ก (DANIDA)

ต่อมาในปี พ.ศ. 2514 รัฐบาลไทยได้รับโอนกิจการฟาร์มโคนมและศูนย์ฝึกอบรมการเลี้ยงโคนม ไทย-เดนมาร์ค จัดตั้งเป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีชื่อว่า ‘องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.)’ มีสำนักงานตั้งอยู่เลขที่ 160 ถนนมิตรภาพ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี เพื่อดำเนินบทบาทในการส่งเสริมการเลี้ยงโคนมและพัฒนาอุตสาหกรรมนมต่อไป และยังได้กำหนดให้วันที่ 17 มกราคม ของทุกปีเป็น วันโคนมแห่งชาติ ด้วย (เดิมทีจะกำหนดเป็นวันที่ 16 มกราคม ซึ่งเป็นวันที่ในหลวง ร.9 เสด็จฯ เปิดฟาร์ม แต่เนื่องจากตรงกับวันครูแห่งชาติ จึงเลื่อนมาเป็นวันที่ 17 มกราคมแทน)

ภาพ 2-3 และ 5 พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระราชาธิบดีเฟรเดอริกที่ 9 ทรงเปิดฟาร์มสาธิตและศูนย์ฝึกอบรมการเลี้ยงโคนมไทย-เดนมาร์ก เมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2505

ภาพ 4: พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมด้วย สมเด็จพระราชาธิบดีเฟรเดอริกที่ 9 และสมเด็จพระราชินีอินกริดแห่งเดนมาร์ก เสด็จพระราชดำเนินโดยรถไฟพระที่นั่งจากสถานีรถไฟจิตรลดาไปยัง อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี เพื่อทรงเปิดฟาร์มสาธิตและศูนย์ฝึกอบรมการเลี้ยงโคนมไทย-เดนมาร์ก เมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2505

ภาพ 6-11: ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเยี่ยมชมกิจการการเลี้ยงโคนม ณ ประเทศเดนมาร์ค ในช่วงปี พ.ศ. 2503

ที่มา: องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย / Queen Sirikit Museum of Textiles / brandbuffet.in.th