ไฟฟ้าดวงแรก แม่กำปอง

ในหลวงสอนให้เราปลูกกาแฟ ปลูกใต้ต้นเมี่ยง ไม่ให้ล้มป่าทำให้เรามีรายได้ทำให้ป่าสมบูรณ์เป็นบุญของพวกเรามากที่พระองค์ให้แสงสว่างทำให้หมู่บ้านของพวกเรามีน้ำไหลไฟสว่างตลอดปีคือข้อความอันแสดงความซาบซึ้งในหัวใจของนิคม ไชยพลชาวแม่กำปองคนหนึ่งที่ครั้งหนึ่งได้กล่าวถึงพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 กับโพสต์ทูเดย์ออนไลน์ ภาพถ่ายที่หลายคนคงเคยได้เห็นผ่านสื่อโซเชียลมีเดียอยู่บ้าง สำหรับชุมชนเล็ก ๆ ที่ชื่อว่า #แม่กำปอง ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา มีลำธารใสไหลยาวตลอดแนวหมู่บ้าน ผู้คนในชุมชนยังคงวิถีชีวิตแบบเรียบง่าย แม้นักท่องเที่ยวจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นกว่าในอดีตก็ตาม

ชุมชนแม่กำปองตั้งอยู่ที่ อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ แหล่งท่องเที่ยวของคนที่แสวงหาชีวิต slow Life ซึ่งมนต์เสน่ห์ของหมู่บ้านแห่งนี้สามารถสัมผัสได้แม้จะเป็นเพียงภาพถ่ายที่ถูกโพสต์และส่งต่อกันในโลกออนไลน์ ส่งผลให้ชุมชนแม่กำปองได้รับรางวัลอันดับ2สาขาหมู่บ้านท่องเที่ยวโฮมสเตย์ยอดเยี่ยม(Best Homestay) จากทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดีซึ่งเสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีพระราชทานรางวัลการประกวดสุดยอดหมู่บ้านท่องเที่ยวชนบท(Thailand Rural Tourism Award 2020)ในปี2563ที่จัดขึ้นโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)และหน่วยงานพันธมิตร รางวัลดังกล่าวพิจารณาจากการลงพื้นที่ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สื่อมวลชนและบล็อกเกอร์ท่องเที่ยว กว่าจะเป็นแม่กำปองที่น่าหลงใหล ด้วยธรรมชาติที่เขียวขจี อากาศเย็นสบาย แม้จะเป็นหมู่บ้านเล็กๆอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองแต่ชาวบ้านในชุมชนแม่กำปองก็มีสาธารณูปโภคใช้สะดวกสบายเช่นกัน

ชุมชนแม่กำปอง

ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2522 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพบว่าราษฎรในพื้นที่มีความเดือดร้อนเนื่องจากไม่มีไฟฟ้าใช้โดยในปี พ.ศ. 2524 พระองค์#ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ จำนวน300,000บาทเพื่อใช้เป็น #ทุนทรัพย์ในการก่อตั้งศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตกโดยมีเป้าหมายให้เป็นศูนย์สาธิตและส่งเสริมการเพาะเห็ดหอม รวมทั้งส่งเสริมการปลูกกาแฟอาราบิก้าเป็นอาชีพให้แก่ราษฎรในพื้นที่ นอกเหนือจากการทำอาชีพเดิม คือ การปลูกเมี่ยง ต่อมาจึงได้เริ่มนำพืชเขตหนาวชนิดอื่นๆเข้ามาส่งเสริมแก่เกษตรกรในพื้นที่ปลูกมากขึ้น

ในปีเดียวกันนั้นพระองค์และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เสด็จฯเยี่ยมเยียนราษฎรโดยทรงพระราชดำเนินด้วยพระบาทโดยไม่ทรงเห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย ธีรเมศว์ ขจรรัตนภิรมย์ อดีตพ่อหลวงหรือผู้ใหญ่บ้านแม่กำปองตั้งแต่ปี 2539-2555 ซึ่งมีโอกาสรับเสด็จฯให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจถึงเหตุการณ์ครั้งนั้นไว้ว่“ตอนนั้นผมอายุ 28 ปี เป็นชาวบ้านธรรมดา เก็บเมี่ยงเก็บอะไรไป พอรู้ข่าวว่าในหลวงรัชกาลที่ 9 จะเสด็จฯ มา ชาวบ้านนี่ดีใจมากเลยครับ ทุกคนไม่คาดคิดว่าพระองค์ท่านจะเสด็จฯ มาถึงหมู่บ้านได้ เนื่องจากหมู่บ้านของเราตอนนั้นอยู่ในพื้นที่ที่กันดาร การคมนาคมยังไม่สะดวกเพิ่งมีการตัดถนนเข้ามาได้ไม่กี่ปีเอง ตอนที่ในหลวงท่านจะเสด็จฯ สมัยนั้นจะมี รพช. มาเกลี่ยมาปรับให้ แต่ก็ไม่ได้ลาดยางอะไรเลย

เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พร้อมด้วยพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จฯ มาถึง ทรงเข้าไปในโบสถ์วัดคันธาพฤกษา (วัดแม่กำปอง) เพื่อถวายสังฆทานเป็นอันดับแรก จากนั้นพระองค์มีพระราชปฏิสันถารกับท่านพระครู ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสของวัด ทรงถามท่านพระครูว่าชาวบ้านต้องการอะไร ท่านพระครูก็บอกว่าชาวบ้านต้องการไฟฟ้า พระองค์ก็ถามว่าทำไมชาวบ้านต้องการไฟฟ้า ท่านพระครูก็บอกว่าเนื่องจากชาวบ้านมีอาชีพเกี่ยวกับการทำเมี่ยง กลางวันต้องไปเก็บทั้งวัน แล้วกลางคืนหลังจากนึ่งแล้วต้องมานั่งมัดเมี่ยง จึงต้องการแสงสว่างในการทำงานกลางคืน”

วัดคันธาพฤกษา

หลังจากนั้นไม่นานโครงการพัฒนาพลังน้ำหมู่บ้านชนบท จังหวัดเชียงใหม่ โดยกรมพัฒนาพลังงานและพลังงานทดแทน (พพ.) กระทรวงพลังงาน ได้สนับสนุนงบประมาณ ร่วมกับเงินช่วยเหลือขององค์การสหประชาชาติ ในการจัดซื้อเครื่องกำเนิดไฟ และวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง ก่อตั้งโรงไฟฟ้าพลังน้ำหมู่บ้านแม่กำปองขึ้น โดยให้ชาวบ้านร่วมแรงร่วมใจและหาวัสดุในท้องถิ่นมาร่วมกันก่อสร้าง ตั้งแต่ฝายกั้นน้ำ ต่อท่อส่งน้ำเข้าเครื่องปั่นไฟ โดยตีมูลค่าแรงงานและวัสดุที่ชาวบ้านนำมามีส่วนร่วมให้เป็นหุ้นในสหกรณ์ เพื่อนำไปบริหารจัดการและจำหน่ายไฟฟ้าต่อไป และในเดือนธันวาคม 2526 หลอดไฟดวงแรกได้ส่องสว่างขึ้นที่ชุมชนแม่กำปอง จาก ‘โรงไฟฟ้าพลังน้ำ’ ขนาดกำลัง 20 กิโลวัตต์ และหลังจากนั้นการปรับปรุงถนนหนทางเพื่อให้การคมนาคมสะดวกขึ้นก็เกิดขึ้นในเวลาต่อมา

โครงการพัฒนาพลังน้ำหมู่บ้านชนบท จังหวัดเชียงใหม่

ปัจจุบันศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตกได้จัดทำแปลงทดสอบสาธิตการปลูกพืชเพื่อหาพันธุ์ดีที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชชนิดต่างๆเพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น นอกจากนี้ยังสนับสนุนและส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยการจัดกิจกรรมและพัฒนาด้านการศึกษา สังคม สิ่งแวดล้อม และสาธารณสุข พัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้เข้มแข็ง และส่งเสริมการปลูกป่าชาวบ้านตามแนวพระราชดำริป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่างการอนุรักษ์ดินและน้ำด้วยการปลูกหญ้าแฝก รณรงค์การลดการใช้สารเคมีและเฝ้าระวังการปนเปื้อนมลพิษในสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตรที่สูงแก่นักเรียน นักศึกษา เกษตรกร และผู้สนใจทั่วไป

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตก

แม่กำปองในวันนี้เป็นหมู่บ้านที่ถูกโอบล้อมด้วยไม้ใหญ่มีแม่น้ำไหลตลอดปีซ่อนตัวอยู่ห่างไกลจากความวุ่นวายผู้คนในชุมชนยังคงยึดอาชีพเกษตรกรเป็นหลักความงามตามธรรมชาติและความเรียบง่ายของวิถีชีวิตในชุมชน แต่พร้อมด้วยสาธารณูปโภคแห่งนี้ เป็นมนต์เสน่ห์กวักมือเรียกให้นักท่องเที่ยวแพ็กกระเป๋าออกไปเยือนแม่กำปองสักครั้ง

แม่กำปอง

แม่กำปอง

ขอขอบคุณแหล่งที่มา
https://bit.ly/3n5ma5b

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *