คำขวัญของกรุงเทพมหานคร

‘กรุงเทพฯ ดุจเทพสร้าง เมืองศูนย์กลางการปกครอง วัด วัง งามเรืองรอง เมืองหลวงของประเทศไทย’คือ คำขวัญของกรุงเทพมหานคร ซึ่งเพิ่งมีการประกาศใช้มาไม่ถึง 10 ปี ขณะที่มหานครแห่งนี้มีอายุยาวนานกว่า 230 ปีแล้ววันนี้เราจะพาคุณย้อนไปดูเรื่องราวและประวัติศาสตร์เมืองหลวงของสยามประเทศ ‘กรุงเทพฯ ดุงเทพสร้าง’ แห่งนี้กันค่ะ

อย่างที่ทราบกันดีว่า กรุงเทพมหานคร ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นเมืองหลวง เมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2325 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ด้วยทรงมีพระราชดำริว่า กรุงธนบุรี ตั้งอยู่ในที่คับแคบ ไม่ต้องด้วยหลักพิชัยสงคราม

สำหรับการบริหารราชการนั้นมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบมาหลายครั้งหลายครา นับจากในสมัยรัชกาลที่ 1 ซึ่งโปรดเกล้าฯ ให้อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของ กรมเวียง ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงให้ทดลองนำเอาระบบคณะกรรมการมาใช้กับรูปแบบการปกครองเมืองหลวงอยู่ชั่วขณะหนึ่ง แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ จึงได้โปรดเกล้าฯ ให้ยกเลิก

แต่ก็ได้เปลี่ยนฐานะกรมเวียงมาเป็น กระทรวงเมือง จนเปลี่ยนมาเป็น กระทรวงนครบาล ตามลำดับ โดยมีเสนาบดีเป็นผู้ทำหน้าที่รับผิดชอบในการปกครองกรุงเทพมหานครและธนบุรี รวมทั้งหัวเมืองใกล้เคียง ได้แก่ นนทบุรี ปทุมธานี นครเขื่อนขันธ์ สมุทรปราการ ธัญญบุรี และมีนบุรี ซึ่งรวมเรียกทั้งหมดว่า มณฑลกรุงเทพมหานคร มีผู้บัญชาการมณฑลเทศาภิบาล และต่อมาในปี พ.ศ. 2440 ก็ได้ทรงให้ทดลองใช้การปกครองแบบ ‘สุขาภิบาล’ เพื่อเป็นพื้นฐานของการปกครองตนเองของประชาชนในอนาคต

กระทั่งในปี พ.ศ. 2458 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กระทรวงนครบาลมารวมกับกระทรวงมหาดไทย และมีการแต่งตั้งตำแหน่ง #สมุหพระนครบาล ทำหน้าที่ปกครองดูแลรับผิดชอบมณฑลกรุงเทพมหานคร ซึ่งขณะนั้นประกอบด้วยจังหวัดพระนครธนบุรี นนทบุรี และสมุทรปราการ และก็ได้ยกเลิกมณฆลกรุงเทพมหานคร

กระทรวงนครบาล ออก “ประกาศกระทรวงนครบาล เรื่อง กำหนดเขตท้องที่การปกครองกรุงเทพมหานคร” เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ 2458 แยกจังหวัดพระนครธนบุรี เป็น จังหวัดพระนคร และจังหวัดธนบุรีในปี พ.ศ. 2476 มีการจัดระเบียบการบริหารราชการขึ้นอีกครั้ง โดยให้การบริหารราชการของแต่ละจังหวัดจึงขึ้นกับกระทรวงมหาดไทยโดยตรงทุกจังหวัด และยกเลิกมณฑลกรุงเทพมหานคร จนกระทั่งปี พ.ศ. 2514 ได้มีประกาศของคณะปฏิวัติ นำโดยจอมพลถนอม กิตติขจร เป็นหัวหน้าคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 24 ลงวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2514 ให้รวมจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรีเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งจังหวัด และเรียกว่า “นครหลวงกรุงเทพธนบุรี”

และเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2515 ได้รวมกิจการปกครองทั้งหมดในเขตนครหลวงกรุงเทพธนบุรี เป็นหน่วยการปกครองเดียวกัน คือ กรุงเทพมหานคร โดยรวมการบริหารราชการส่วนภูมิภาคและราชการบริหารส่วนท้องถิ่นเข้าด้วยกัน และให้มีฐานะเป็นจังหวัด มีผู้ว่าราชการและรองผู้ว่าฯ เป็นข้าราชการการเมือง ซึ่งถูกแต่งตั้งและถอดถอนโดยคณะรัฐมนตรี

หลังจากนั้นประมาณ 2 ปี ได้มีการจัดระเบียบการบริหารราชการใหม่ขึ้นอีกครั้ง เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2518 โดยให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการ รองผู้ว่าราชการ และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ขึ้นเป็นครั้งแรก โดยได้มีประกาศใช้พระราชบัญญัติระเบียบบริหารกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2518 มีผลให้กรุงเทพมหานครมีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่นนครหลวง และให้แบ่งเขตพื้นที่ปกครองของกรุงเทพมหานครออกเป็นเขตและแขวงตามลำดับ โดยมีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 1 คน และรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 4 คน และให้มีสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร

โดยครั้งนั้นมี นายธรรมนูญ เทียนเงิน เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนแรกที่มาจากการเลือกตั้ง และครั้งแรกของการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครสำหรับคำขวัญของกรุงเทพมหานครที่เกริ่นไว้ข้างต้นนั้น เพิ่งจะมีขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2555 โดยการจัดประกวดคำขวัญของ กทม. ที่มี ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เนื่องในโอกาสครบรอบ 230 ปีกรุงรัตนโกสินทร์ ได้จัดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการโหวตคำขวัญที่ชื่นชอบด้วยการส่งไปรษณียบัตร

ซึ่งผู้ที่เป็นเจ้าของคำขวัญดังกล่าวคือ ‘สุธาทิพย์ พัฒนธีระเดช’ ได้รับคะแนนโหวตสูงสุด 42,514 คะแนน จากคำขวัญที่มีผู้ส่งเข้าประกวดและได้คัดเลือกไว้ 5 คำขวัญ มีการนับคะแนนผลโหวตตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม – 19 เมษายน พ.ศ. 2555 ก่อนจะประกาศผลเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 และคำขวัญนี้ได้ถูกใช้เป็นคำขวัญกรุงเทพมหานครนับแต่นั้นเป็นต้นมา

ขอขอบคุณข้อมูลข่าวจาก
https://bit.ly/3Hx3cw6

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *