พิ้งกี้ แตงโม เ ล่ าความสัมพันธ์สุดซี้ รู้ความลั บทุกเรื่อง

พิ้งกี้ แตงโม เ ล่ าความสัมพันธ์สุดซี้ รู้ความลั บทุกเรื่อง

สองนางเ อ กสาวระดับตำนาน อย่ า ง พิ้งกี้ สาวิกา และ แตงโม นิดา ที่วันนี้จะมาเปิดเผยความสัมพันธ์ 21 ปี จากเพื่อนซี้วันเด็กสู่นางเ อ กร่วมช่อง พ ร้ อ มเผยความลั บของทั้งสองสาวที่ไม่เคยพูดที่ไหน อีกทั้งเคลียร์ข่าวเม้าท์สองนางเ อ กสาวขาลง เตรียมอ อ กจากวงการไปเป็นแ ม่ค้าไลฟ์สด ผ่านทางรายการคุยแซ่บ Show ทางช่องวัน 31 ที่มี พีเค ปิยะวัฒน์ และ หนิง ปณิตา เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

สองคนนี้เป็นเพื่อนกันมา 21 ปี?

แตงโม : “ใช่ค่ะๆ เราเรียน ม.ต้น ม.ปลาย”

สองคนนี้เรียนห้องเดียวกัน?

พิ้งกี้ : “ใช่ค่ะ ตอนนั้นหนูเข้าวงการแล้ว ส่วนโมจะเริ่มตอน ม.ปลาย”

แตงโม : “โมเริ่มประกวดมิสทีนไทยแลนด์ ก่อนหน้านั้นเราก็จะอยู่แบบคลาสร้องเพลง เราเรียนร้องเพลงมาด้วยกัน มีพี่บิ๊ก D2B ด้วย”

พิ้งกี้ : “เราเป็นเด็ กกิจก ร ร ม เวลาโรงเรียนมีประกวดอะไร อาจารย์ก็จะส่งพวกเราไปร้องเพลง”

สองคนนี้สนิทกันมาก แต่คาแร็กเตอร์แตกต่างโดยสิ้นเชิง?

แตงโม : “กี้เป็นคนเรียบร้อย กี้เป็นเ ด็ กเรียน และเป็นเด็กขี้อาย กระเป๋านักเรียนของกี้ใหญ่มาก แต่ของโมคือแบน โมจัดตารางสอน แต่กี้ไม่เคยเอาหนังสือออกเลย”

พิ้งกี้ : “เป็นคนจัดตารางสอนอยู่แหละ แต่เป็นคนเผื่อเหลือ เผื่อขาด แล้วเวลาไปใส่กระโปรงย า วมาก จำได้ว่าโมสอนกี้ให้พับกระโปรง แต่เราก็ไม่มั่นใ จ ปล่อยไปแบบนั้นแหละ คือเป็นเ ด็ กเรียบร้อย”

ตอนนั้นให้เพื่อนพับกระโปรงเพื่ออะไร?

แตงโม : “มันจะได้ดูสั้นขึ้น ไม่ป้า แต่นี่ป้ามาก”

มันผิดก ฎโรงเรียน?

แตงโม : “ผิดคะ จริงๆ มันผิดตั้งแต่สั้นครึ่งเข่าแล้ว ของกี้พับได้ไม่เป็นทรงห ร อ ก พับไป พับมายู่ยี้ ส่วนเราเป็นตัวแทนหมู่บ้าน แล้วกี้เรียนฟรีทั้งครอบครัว เป็นเด็ ก ดี”

พิ้งกี้ : “เป็นเด็กกิจก รร ม”

แตงโม : “คนไหนที่เขารู้สึกว่าเป็นหน้าเป็นตาให้กับโรงเรียน จะได้ทุนเรียนฟรี แต่เรายังไม่ได้เรียนฟรี เพราะตอนนั้นโมยังไม่ได้มีงานแสดง โมยังเป็นเน็ตไอดอลอยู่”

แตงโมคือเน็ตไอดอลรุ่นแรกเลยเหรอ?

แตงโม : “นานแล้ว”

ตอนนั้นที่เรียนด้วยกันใครฮอตกว่ากัน?

พิ้งกี้ : “ดูหน้าสิ คนนี้เลย ฮอตมาก จำได้ว่าไปเรียน โมเดินมาทุกคนต้องหันไปมอง เขาเป็นสาวหมวยที่แบบผิวขาว ผู้ชายในโรงเรียนจะต้องหันมามอง ส่วนเราไม่มีใครมอง”

แตงโม : “มีคนชอบเขา แต่เขาทำเบลอ 1 อาทิตย์มี 5 วันที่เราต้องเรียน พิ้งกี้จะมา 2 วันบ้าง อาทิตย์นึงมาวันเดียวบ้าง แต่ด้วยความอัจฉริยะของเขา เขาสอบได้ที่ 1 ต ล อ ด”

มันต่างกันขนาดนี้ สนิทกันได้ยังไง?

แตงโม : “เราสนิทกันตอนที่ทำกิจก รร มเกี่ยวกับเรื่องร้องเพลง ตอนนั้นคนน้อยที่จะเรียน มันเป็นวันเสาร์ เวลาคาบเช้า เราก็จะคุยเล่นกันตามภาษา ชะ นี กับเพื่อนผู้ชายคงคุยไม่รู้เรื่อง”

แต่สนิทกันมากขึ้นตอนที้พิ้งกี้มานอนบ้านแตงโม?

พิ้งกี้ : “แตงโมนอนบ้านฉัน”

มันมีความลั บอยู่อันนึงที่แตงโมไปนอนบ้านพิ้งกี้ จนทุกวันนี้พิ้งกี้ไม่รู้ความลับนั้นเลย?

แตงโม : “ไม่ได้เหตุผลนั้นสักหน่อย แต่โมคิดว่ากี้รู้ แ ม่กี้ก็รู้”

โมเขาเป็นแฟนกับพี่เรา รู้ไหม?

พิ้งกี้ : “เหมือนมีข่าวสะพัดในตอนนั้น แต่ไม่เชื่อ จริงเหรอ โมจะคบกับพี่ชายเราได้ยังไง”

แตงโม : “เพราะอายุต่างกันมาก พี่ชายคนโตอ่ะ”

ตอนนั้นเป็นแ ฟนกับพี่ชายพิ้งกี้จริงหรือเปล่า?

แตงโม : “ไม่ถึงขั้นเป็นแฟ น แต่คุย มีวันนึงไปเที่ยวเจอกัน คือเที่ยวในกลุ่มรู้จักกัน ช่วงนั้นโตแล้วล่ะ ก็ได้ยินมาว่าเขาซ่ อ ม ค อ มได้ พอดีบ้านเราค อ มเสีย เราก็แบบเธอมาช่วยซ่อมให้หน่อยสิ ก็มีไปเที่ยวด้วยกันเยอะเหมือนกันนะคะ แล้วก็มาบ้าน 2-3 ครั้งเอง แล้วมีโมไปบ้านกี้”

ถามจริงกี้รู้ไหม?

พิ้งกี้ : “ฉันรู้ แต่พอไม่ได้เจอโมพี่พวกนั้นมาบ อ กว่ารู้ไหมว่าเคยคบกับโม ตอนไหน แต่ถ้าถามว่ารู้สึกยังไง ก็บ อ กแล้วว่าเขาฮอตจริงๆ ผู้ชายทุกคนหลงเขา ชอบเขา เพราะเขาสวย เมื่อก่อนเขาน่ารักมาก”

เห็นว่าพอโมมาที่บ้าน กี้อยู่ พี่กานต์อยู่ เขาจะทำเป็นไม่รู้จักกัน?

แตงโม : “ใช่”

พิ้งกี้ : “อันนี้โง่ ไม่รู้”

แตงโม : “หรือว่าไปแล้วไม่เจอพี่เขาสักอย่ า ง คือโมตั้งใจไปนอนกับกี้ เพราะว่ากี้มีแมว”

พิ้งกี้ : “เราไม่หวง ไม่ห่วงพี่ชายเลย ถ้าตอนนั้นรู้จะไปบ้านโมแทน ห่วงเพื่อนมาก เราอยู่กับเพื่อน เรารักโมมาก”

ทำไมตอนนั้นโมไม่บ อ กกี้?

แตงโม : “กลัวเสียเพื่อน”

พิ้งกี้ : “เราสองคนผ่านเรื่องเพื่อนมาเยอะเนอะ”

เป็นเพื่อนสนิทกันมา 20 กว่าปี แต่ที่ผ่านมาไม่เคยเล่นละครด้วยกัน?

แตงโม : “เคยเล่น 2-3 เรื่อง”

พิ้งกี้ : “สมัยก่อนเคยเล่นด้วยกันเรื่องนึง แต่เหมือนไม่ได้เล่นด้วยกัน เพราะไม่เจอกันเลย”

แตงโม : “นานๆ จะเจอกันที เพราะจะเป็นคนละบ้านกัน”

แต่ได้มาเล่นจริงๆ ที่ช่องวัน?

พิ้งกี้ : “เกือบ 4 ปี”

แตงโม : “ตอนนั้นเรื่อง เมืองม าย า ไลฟ์ ที่เราพร้ อ มถ่ายสดกันเลย”

พิ้งกี้ : “เรื่องนี้เกือบต้องไปเช็ กลำไส้”

แตงโม : “โมผิดคิวกับกี้ กี้ลงไปกลิ้งกับพื้น”

พิ้งกี้ : “กระแทก อันนี้เหมือนจะต า ยเลย คือโต๊ะมันอยู่สูงแล้วกี้ก็ตกลงมาพร้ อ มโต๊ะ”

สองคนสนิทกันขนาดนี้เวลาเข้าฉากต้องตบกัน มันทำใ จ ทำอารมณ์ยังไง?

แตงโม : “มันก็ไม่ย า ก”

พิ้งกี้ : “คือเรามองหน้ากัน เหมือนเรารู้ใ จกัน”

แตงโม : “การเล่นละครคือการแสดง”

ความรั กทั้งคู่เป็นยังไงบ้าง?

แตงโม : “ดี แฮปปี้มาก เขาชื่อ คุณเบิร์ด คบกันปีกว่าแล้ว เขาเป็นผู้ชายที่อ่อนน้ อ ม ถ่ อ มตน เขาเป็นคนมีจิตใ จเมตตา เอ็นดูคน สงส า รคน รั กครอบครัว เป็นผู้นำที่ดี สำหรับโม โมชอบผู้ชายผ ม ย า วแล้วตาหวานยิ้มสวย ตาเจ้าเ ล่ห์ แบบตาเจ้าชู้ เซอร์ๆ หน่อย”

ตั้งแต่โมคบคนนี้ชี วิ ตโมมีความสดใส ร่าเริงขึ้นเยอะเลย?

แตงโม : “ใช่ มีแต่คนทัก คุณเบิร์ดนี่แหละขุดโมขึ้นมาจากเตียง ตอนที่ป่ ว ยมากๆ”

พิ้งกี้ : “ก็ไม่มีคนเข้ามาแล้วกัน แต่ว่ามีคนจีบแล้วกัน”

เห็นแ ม่เล่ าให้ฟังว่าเวลามีคนมาจีบกี้ กี้จะบ อ กว่ามีแฟนแล้ว?

พิ้งกี้ : “ใช่ค่ะ เบลอใส่ เหมือนที่โมบ อ ก เดี๋ยวนี้มีคนฝากมาขอเบอร์ พอเราเห็นก็ บอ กว่า บอ กเขาไปเลยพี่ว่าหนูมีแฟนแล้ว หรือว่ามีคน DM มาแบบอ ย า กจีบ แล้วหนูก็จะไม่อ่านก็คือเบลอใส่ เป็นคนแบบถ้าเราไม่ได้เลื อ ก เองเราจะเบลอ”

แสดงว่าตอนนี้เราไม่ได้ซีเรียสกับเรื่องความรั ก?

พิ้งกี้ : “ไม่เลย เรามุ่งกับเรื่องงาน คือมันเสียเวลานะ ถ้า เกิ ดมันไม่ใช่ แล้วหนูรู้สึกไม่ได้รีบ เวลาคือเดินไป แต่ตัวเราไม่ได้รีบร้อน”

เห็นเพื่อนมีความสุขกับความรัก ลึกๆ มีความอิจ ฉ าไหม?

พิ้งกี้ : “ไม่เลยแฮปปี้แทนเพื่อนมาก แล้วเราเห็นเอนนาจี้ของเพื่อนเวลาถ่ายลงอินสตาแกรม แล้วแบบ เห้ย…เพื่อนเรามีความสุข เราแบบมีความสุขแทนเพื่อน”

มันเหมือนเราเข็ดกับเรื่องความรั กด้วยไหม?

พิ้งกี้ : “ไม่ค่ะ หนูเชื่อนะยิ่งประสบเจอเร็ว ยิ่งเก็ทเร็ว เราผ่านการเรียนรู้หลายๆ ขั้น ในวัย 28-29-30 ถือว่าไวมาก แล้วตอนนี้หนู 35 ซึ่งมันเป็นจุดสตาร์จของเพื่อนๆ หลายคนที่เพิ่งเริ่มแต่งงานด้วยซ้ำ ซึ่งถือว่าสบาย”

แสดงว่าสมัยก่อนไม่ได้แฮปปี้ แต่ก็ไม่เสียใ จที่ผ่านมันมา?

แตงโม : “ใช่ค่ะ รู้สึกขอบคุณมากกว่า เพราะว่าถ้าไม่มีวันนั้น ไม่มีคนคนนั้น ก็ไม่มีโมวันนี้ที่จะรักเป็นมากขึ้น”

รั กเป็นของโมคืออะไร?

แตงโม : “คือรั กที่ไม่หวังจะครอบครอง อ ย่ าเอาความหวังไปฝากที่เขา แล้วก็ให้เกียรติซึ่งกันและกัน”

ทั้งสองคนยังไม่คิดว่าการแต่งงานจะสำคัญกับตัวเองในช่วงนี้?

แตงโม : “ใช่ค่ะ ไม่คิดเลย”

ถ้าเบิร์ดคุ กเข่าพรุ่งนี้แต่งไหม?

แตงโม : “หนูแต่ง แต่ไม่มีงานให้จัดนะคะ หนูก็จะแต่งกันเงียบๆ 2 คน”

พิ้งกี้ : “คำว่าแต่งงาน มันเป็นแค่คำจำกัดความเฉยๆ เราเชื่อว่าความรักมันเ กิ ดขึ้นได้ แต่ความเข้าใ จคนที่อยู่ข้างๆ สำคัญที่สุดเลยคือชี วิตเรามันยังเดินทางอีกย า วไกล บ อ กสาวๆ เลยว่า ถ้าวันนี้เราไม่สามารถประคองตัวเอง มีความแข็งแกร่งในตัวเอง เราจะไม่สามารถหาคู่ได้ที่เราจะไปซัพพอร์ตดูแลกันและกัน”

คู่ที่เราอย า กได้ต้องเป็นแบบไหน?

พิ้งกี้ : “ต้องการคนสบายๆ แต่ขอผู้ให ญ่กว่า แบบสบายๆ ทำอะไรก็ได้ อยู่กับธรรมช า ติ ที่สุด ไม่ปรุงแต่ง เพราะชี วิ ตเราเรียบง่าย เอาให้มันอยู่ในความสมดุลของธรรมช า ติสุด”

ถ้าเราไม่เจอผู้ชายที่เราคิด ย อ มเป็นโส ด ต ล อ ด ชี วิ ตไหม?

พิ้งกี้ : “มันต้องเจอสิ”

แสดงว่าชี วิ ตจะไม่มีทางโส ด?

พิ้งกี้ : “บ้าเหรอ ใครจะโ ส ดไปถึง 40-50”

แต่แ ม่เราอย า กให้เรารีบแต่งงาน?

พิ้งกี้ : “แ ม่ไม่ได้บังคับ ไม่ได้อะไร ปล่อยไปตามวิถีชี วิ ต แต่แม่บ อ กว่าปีหน้าแ ม่นัดห ม อไว้แล้ว เก็บไ ข่ แ ม่อย า กมี แต่แม่เป็นคนไม่ก้าวก่ายชี วิ ตเลย แ ม่แบบลู กเผื่อไว้ อนาคตไม่แน่นอนนะ เก็บไว้ห ม อนี้ดี”

โมอย า กมีลู กไหม?

แตงโม : “ณ ตอนนี้คือไม่พร้ อ มเลย เพราะว่าโมเลี้ยงอีสเตอร์ ถามว่าอย า กฝากไข่ไหม ก็สนใ จนะคะ อนาคตคิดว่าน่าจะอย า กมี เพราะว่า อีสเตอร์ ก็อย า กมีน้อง”

คนที่มาจีบตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?

พิ้งกี้ : “คนที่เข้ามาอยู่ใน DM เราก็เข้าไปดูโปร์ไฟล์ เขียนมาซะย า วเลย เป็นภาษาอังกฤษ เราก็ไม่ตอบ”

แตงโม : “ของกี้เป็นหรือเปล่าไม่รู้ ส่วนใหญ่เป็นคนเกาหลี ฮ่องกง จีน เป็นท ห าร คือเยอะมากที่แปลกๆ”

พิ้งกี้ : “พวกนั้นก็มี พวกนั้นแยกไป แต่อันนี้ไม่รู้ว่าเป็นใคร น่าจะเป็นนักธุรกิจ”

เพื่อนแนะนำเพื่อนมีไหม?

พิ้งกี้ : “เพื่อนไม่ยุ่ง เพราะเพื่อนแต่งงานมีลู กแล้ว แต่จะมีแบบใครก็ไม่รู้ แบบพี่เคยรู้จัก เคยเจอน้อง เราก็หม่ได้สนิทกับเขามาก เออ…มีเพื่อนพี่เขาอย า ก จีบน้อง พอจะเปิ ดใ จไหม พอเขาบ อ กใครอะพี่ อ่อหนูมีแ ฟนแล้วค่ะ”

วันนี้โสดหรือไม่โสด?

พิ้งกี้ : “โสดค่ะ”

ณ ตอนนี้สิ่งที่ทั้งคู่ทำเป็นหลักเลยคือไลฟ์ขายของ?

พิ้งกี้ : “ไลฟ์ขายของมา 6 เดือนเอง จริงๆ มันเริ่มจากเราว่าง เพราะว่าโ ค วิ ด มันไม่มีอะไรเลย มันเริ่มจากอยู่บ้านก่อน ดื่มชา แล้วขายไปมันเกิดจากของวินเทจที่หนูสะสม แล้วมันก็ขยายไปเป็นของอื่นๆ เริ่มต้นขายไม่ได้คิดอะไร เมื่อประมาณ 6-7 เดือนที่แล้ว แต่ก็ทำไปเรื่อยๆ ทำไปทุกวันจ น ก ระทั่ งวันนี้มันเติบโตขึ้น”

ตอนแรกเราคาดหวังไหม?

พิ้งกี่ : “อันนี้เป็นน้ำห อ มที่มีอยู่ หนูเป็นคนสะสมน้ำห อ ม หนูเอาที่มีอยู่ก่อน แล้วหนูค่อยเอาของคนอื่นบ้าง แล้วค่อยขย า ยเป็นของเยอะ เวลาหนูมีวันว่างหนูไม่ปล่อยให้มันว่าง หนูก็จะไลฟ์ขายทุกอ ย่ า ง ตอนนี้ขายข น มญี่ปุ่น เกาหลี ที่หาที่เมืองไทยไม่ได้ แล้วมันค่อยๆ มีแสง มีระบบขึ้นมา จากไม่มีอะไรเลย จนวันนี้มันเริ่มมีระบบดู ด”

สมัยก่อนแค่เอามือถือตั้ง แล้วตอนนี้มีทีมงานกี่คน?

พิ้งกี้ : “ใช่ค่ะ ตอนนี้ทีมงานก็เริ่มเป็น 2-3 คนขึ้น เมื่อก่อนหนูแพ็คเอง เขียนเอง เมื่อก่อนมันไม่มีแปะใช่ป่ะ หนูเขียนเอง ทำทุกอย่ า งเองกับน้องอีกคน แล้วหนูรู้สึกว่าทำไมมันเหนื่อยขนาดนี้ ปกติถ่ายละครเหนื่อยแล้วนะ แต่นี้มันเหนื่อย แล้วพอเรารู้สึกว่าเราทำเองทุกขั้นตอน แล้ววันนี้เราบ อ กว่ากว่าเขาจะเติบโตในการค้าขายมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย”

ไลฟ์นานสุดกี่ชั่ วโมง?

พิ้งกี้ : “ช่วงแรกๆ หนูไลฟ์ 6 ชั่ วโมง ตั้งแต่ 22.00-02.00 น. แล้วหนูก็ไลฟ์ แล้วแฟนๆ ก็ บ อ ก แ ม่ อ ย่ าเพิ่งไป อยู่กันก่อน”

แล้วรายได้มันดีจริงๆ ใช่ไหม?

พิ้งกี้ : “จริงๆ รายได้หนูไม่ได้เท่ากับคนอื่นที่เขาขายจริงจัง หนูเป็นแบบพอมี พอไปเรื่อยๆ เท่าที่เห็นหนูไม่เคยบูทโพสต์เลย เพราะฉะนั้นคนที่เข้ามาจะเป็นฐานแฟนทั้งหมด ก็จะได้เงินจากส่วนที่เห็น ไม่ได้เป็นโรงงาน”

ตอนนี้เปิดบริษัท เข่ าตึกเลย?

พิ้งกี้ : “เช่าตึกเพราะว่าเก็บของไง มีน้องแอเมิน จริงๆ ตอนนี้ต้องขย า ยอีก เพราะของมันมีอยู่เยอะ แล้วหนูก็ไลฟ์ในนั้นเลย”

ถ้ามันดีขนาดนี้ วันนึงจะเลิ กเล่นละคร ขายของไลฟ์อย่ า งเดียว?

พิ้งกี้ : “มีคนบ อ กว่าพิ้งกี้จะลาออกจากวงการไปขายของ หนูก็เลยบ อ กว่าบางคนทำอาชีพเดียวไม่พอ เราต้องเป็นมนุ ษ ย์ 10 อาชีพ เป็นแม่ค้า เป็นดารา เป็นนักร้อง เป็นทุกอย่ า ง คือจะบ อ กว่าอ ย่ าปล่อยวันว่าง ถ้าเราว่างต้องหาอะไรทำที่มีประโยชน์”

แตงโมก็ขายของเหมือรกัน มีคนบอกว่าแตงโมไม่มีงานเลยมาขาย?

แตงโม : “ไม่เกี่ยวกับงานเลย การอ อ กไปเป็นแม่ค้าเนี่ย โมว่ามันเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับคนอื่นด้วยซ้ำ ที่เขาไม่มีหนทางในการทำงานยุคนี้ สถานการณ์แบบนี้ คือลงไปอย า กจะให้เป็นแรงบันด าลใ จของคนอื่น แต่ว่าข่าวที่อ อ กมา มันค่อนข้างที่จะพาดหัวแ ร งไปนิดนึง แล้วก็เราได่คุยกับทางที่เขาพาดหัวมาแล้ว เขาก็ได้ขอโทษกันมาแล้ว ของหนูขายเน้นเป็นเสื้อผ้าแล้าก็เครื่องประดับ”

ตอนนี้ข่าวเม้าท์มาจากเพจดังว่ามีนาง เ อ กดั้ งพุ่งปฏิเสธการไ ล ฟ์สดขายสินค้า เพราะรู้สึกว่าเป็นการล ดเกรด?

พิ้งกี้ : “ในมุมของเรา การไลฟ์สดมันเป็นกระแ สโลกที่มันเปลี่ยนไป คนนี้อาจจะเป็นข่าวจริงหรือไม่จริงก็ได้นะ ไม่รู้ แต่ว่าบางคนอาจจะปรับเปลี่ยนตัวเองไม่ทันกับ โล ก ก็อาจจะย า กในอนาคต บางทีการไลฟ์สดมันเปลี่ยนตัวเองให้เข้ากับโลก ตอนนี้ประเทศไท ยเป็นประเทศที่ไลฟ์สดอันดับ 2-3 รองจากจีนนะคะ ทั่ว โล กยังไม่มีใครไลฟ์สดถี่เท่ากับบ้านเรา”

แตงโม : “การเป็นแ ม่ค้า จริงๆ แล้วทุกๆ อา ชี พมันมีคุณค่ าในตัวมันเอง ไม่อย า กให้ไปด้ อ ย ค่ าในอาชี พใด อาชีพนึงเลย เพราะว่าในเมื่อคุณยังได้รับเกียรติก็ต้องให้เกียรติเราด้วย เราก็ทำงานสุจ ริ ตนะคะ”

ขอขอบคุณที่มา : https://bit.ly/3pKLKgn

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *