ภาพยนตร์ เคยทอดพระเนตร

อย่างที่ทราบกันดีว่า พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีความสนพระทัยและโปรดในการถ่ายภาพ ดังจะเห็นได้จากภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ในโอกาสต่าง ๆ แต่ทราบหรือไม่ว่า พระองค์โปรดทอดพระเนตรภาพยนตร์ด้วย โดยนับตั้งแต่ทรงขึ้นครองราชย์ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 พระองค์ก็เสด็จพระราชดำเนินไปในการทอดพระเนตรภาพยนตร์เพื่อการกุศลอยู่หลายครั้ง ทั้งภาพยนตร์ไทยและต่างประเทศ ดังนี้

วันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2497 ณ โรงภาพยนตร์เอ็มไพร์ เสด็จทอดพระเนตรภาพยนตร์ไทยเรื่อง ‘สันติ-วีณา’ นับเป็น #ภาพยนตร์เรื่องแรกที่ทอดพระเนตรหลังจากเสด็จขึ้นครองราชย์ ซึ่งเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องยาวเรื่องแรกที่ถ่ายทำด้วย ‘ฟิล์มสี 35 มม.’ คือมีสีสวยสดและเสียงชัดที่สุดในยุคนั้น ‘สันติ-วีณา’ สร้างโดย รัตน์ เปสตันยี และเป็นบทประพันธ์ของ โรเบิร์ต จีนอร์ท ถ่ายทอดเรื่องราวความรักและวิถีชีวิตของคนในชนบทไทย รวมถึงขนบธรรมเนียมประเพณีไทย โดยสามารถคว้ารางวัลระดับนานาชาติได้ถึง 3 รางวัลเลยทีเดียว ได้แก่ รางวัลจากงานภาพยนตร์นานาชาติแห่งเอเชีย-แปซิฟิก ครั้งที่ 1 ณ ประเทศญี่ปุ่น / รางวัลถ่ายภาพยอดเยี่ยม, กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม และรางวัลพิเศษจากสมาคมผู้สร้างภาพยนตร์แห่งอเมริกา สำหรับภาพยนตร์ที่มีการเผยแพร่วัฒนธรรมดีเด่น

วันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2504 ณ โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมไทย เสด็จทอดพระเนตรภาพยนตร์ต่างประเทศเรื่อง ‘Spartacus’ เป็นภาพยนตร์แนวปลดแอกทาส การลุกขึ้นสู้ของชนชั้นแรงงาน และการประกาศอิสรภาพที่ยิ่งใหญ่ โดยฝีมือกำกับของ Stanley Kubrickวันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2504 ณ โรงภาพยนตร์พาราเมาท์ เสด็จทอดพระเนตรภาพยนตร์ต่างประเทศเรื่อง ‘Psycho’ เป็นภาพยนตร์ขาวดำระดับ Masterpiece ที่เป็นที่กล่าวขานถึงโดยกว้าง เป็นแนวจิตวิทยาระทึกขวัญ ที่ให้ทั้งความบันเทิง การคิดวิเคราะห์ตามหลักจิตวิทยา และความงามในศิลปะการเล่าเรื่องที่แหวกขนบเดิม ๆ ในยุคนั้น

วันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2506 ณ โรงภาพยนตร์ควีนส์ เสด็จทอดพระเนตรภาพยนตร์ต่างประเทศเรื่อง ‘Lawrence of Arabia’ เป็นภาพยนตร์มหากาพย์สงครามการปฏิวัติอาหรับ เพื่อปลดแอกจากจักรวรรดิออตโตมัน-เติร์ก โดยกวาดรายได้และคำชมไปมากมาย ได้แก่ 7 รางวัลออสการ์และ 5 รางวัลลูกโลกทองคำ รวมถึงติดอันดับภาพยนตร์ยอดเยี่ยมตลอดกาลของสถาบันภาพยนตร์อเมริกันอีกด้วยวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2507

ณ โรงภาพยนตร์เมโทร เสด็จทอดพระเนตรภาพยนตร์ต่างประเทศเรื่อง ‘Goldfinger’ เป็นภาพยนตร์แฟรนไชส์แนวสายลับลำดับที่ 3 ในชุดเดอะ บอนด์ ซีรีส์ โดยมี ฌอน คอนเนอรี่ รับบทเจมส์ บอนด์ เป็นครั้งที่ 3 และกวาดรายได้สูงสุดเป็นอันดับที่ 2 จากภาพยนตร์เจมส์ บอนด์ อย่างเป็นทางการ 22 เรื่อง

วันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2508 ณ โรงภาพยนตร์เฉลิมกรุง เสด็จทอดพระเนตรภาพยนตร์ไทยเรื่อง ‘นางสาวโพระดก’ บทประพันธ์ของ รพีพร และกำกับโดย คุณาวุฒิ นำแสดงโดยมิตร ชัยบัญชา และพิสมัย วิไลศักดิ์ โดยภาพยนตร์เรื่องนี้สามารถกวาดรางวัลตุ๊กตาทองได้ถึง 3 รางวัลวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2508 ณ โรงภาพยนตร์กรุงเกษม

เสด็จทอดพระเนตรภาพยนตร์ต่างประเทศเรื่อง ‘The Sound of Music’ หรือชื่อไทยว่า ‘มนตร์รักเพลงสวรรค์’ ภาพยนตร์มิวสิคัลที่ทรงอิทธิพลต่อโลกมากมายทั้งด้านประวัติศาสตร์สงคราม ด้านดนตรี ด้านเทคนิคภาพยนตร์ ด้านการแสดง รวมถึงด้านการท่องเที่ยว กำกับโดย โรเบิร์ต ไวส์ และแสดงนำโดย จูลี่ แอนดรูว์ โดยเนื้อหามาจากละครเพลงบรอดเวย์ The Sound of Music ที่ออกแสดงครั้งแรกในปี พ.ศ. 2502

วันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2508 ณ โรงภาพยนตร์เฉลิมเขตร์ เสด็จทอดพระเนตรภาพยนตร์ไทยเรื่อง ‘เงิน เงิน เงิน’ อันเป็นภาพยนตร์ที่รวมนักแสดงดังในยุคนั้นกว่า 60 ชีวิต และครูเพลง 15 ท่าน เพื่อเรียบเรียงบทเพลงที่ใช้ในเรื่องได้อย่างยอดเยี่ยม เป็นภาพยนตร์ระดับตำนานที่ควรได้ชมสักครั้งหนึ่งในชีวิต และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภาพยนตร์ของชาติในปี พ.ศ. 2555 ด้วยวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2509 ณ โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมไทย

เสด็จทอดพระเนตรภาพยนตร์ต่างประเทศเรื่อง ‘Doctor Zhivago’ ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของประเทศรัสเซียที่มีความประณีต ซาบซึ้ง และสะเทือนใจในการเล่าเรื่อง กำกับโดย David Lean เนื้อหาภาพยนตร์เกี่ยวกับของนายแพทย์และกวีชาวรัสเซียชื่อ นายแพทย์ยูริ อังเดรเยวิช ชิวาโก ที่มีชะตาชีวิตถูกการเมืองเล่นงานจนชีวิตแทบแตกสลาย และเรื่องราวความรักของเขาที่มีต่อหญิงสาวสองคน คือ ลาริซซา ลารา แอนติโปวา และ ทันยา โกรมีโก

วันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2514 ณ โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมกรุง เสด็จทอดพระเนตรภาพยนตร์ไทยรอบปฐมทัศน์ เรื่อง ‘แม่ศรีไพร’ นำแสดงโดย นาท ภูวไนย และเพชรา เชาวราษฎร์ ซึ่งหลังจากทอดพระเนตรภาพยนตร์แล้วทรงมีพระราชปฏิสันถารกับ นาท ภูวไนย ว่า “ขี่ข้างเหนื่อยมั้ย” สร้างความประทับใจให้แก่ผู้เข้าเฝ้าฯ ใกล้ชิดในขณะนั้นเป็นอย่างยิ่ง วันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2544 ณ โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมกรุง เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (พระราชอิสริยยศในขณะนั้น) และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี (พระราชอิสริยยศในขณะนั้น) ทอดพระเนตรภาพยนตร์ไทยรอบปฐมทัศน์ เรื่อง ‘สุริโยไท’ ภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์เกี่ยวกับความกล้าหาญและเด็ดเดี่ยวของวีรกษัตรีของไทย คือ ‘สมเด็จพระศรีสุริโยไท’ รวมทั้งวีรกษัตริย์ไทยในอดีต โดยอ้างอิงจากคำบอกเล่าของโดมิงโก ดือ ซีซัส (Domingos De Seixas) ทหารรับจ้างของชาวโปรตุเกสซึ่งเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรอโยธยาช่วง พ.ศ. 2067-2092

ภาพยนตร์เรื่องสุริโยไทนี้สร้างขึ้นจากพระราชดำริ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในวโรกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 69 พรรษา ด้วยทรงมีความเป็นห่วงว่าประวัติศาสตร์ไทยเริ่มห่างหายไปจากความรับรู้และการให้ความสำคัญของชาวไทยร่วมสมัย

ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดย หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล บทภาพยนตร์โดย หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล และ ดร.สุเนตร ชุตินธรานนท์ อำนวยการสร้างโดยหม่อมกมลา ยุคล ณ อยุธยา โดยมีนักแสดงนำ ได้แก่ หม่อมหลวงปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี , ศรัณยู วงศ์กระจ่าง , ฉัตรชัย เปล่งพานิช , จอนนี่ แอนโฟเน่ , ใหม่ เจริญปุระ , สรพงษ์ ชาตรี , อำพล ลำพูน และ จีระนันท์ กิจประสาน โดยภาพยนตร์เรื่องนี้สามารถทำเงินได้ประมาณ 550 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายได้สูงสุดในประเทศ

ภาพยนตร์ เคยทอดพระเนตร

ภาพยนตร์ เคยทอดพระเนตร

ขอขอบคุณข้อมูลข่าวจาก
https://bit.ly/3oJy7Py

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *