วันรัฐ ธ ร ร ม นู ญ

วันที่ 10 ธันวาคม เป็น วันรัฐธรรมนูญ ซึ่งคนไทยรู้กันดีว่า เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475 ไว้เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 โดยเป็นรัฐธรรมนูญถาวรฉบับแรก และเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศไทย

หากย้อนไปในอดีต รัฐธรรมนูญฉบับแรกของไทยเป็นผลสืบเนื่องจากเหตุการณ์สำคัญทางการเมืองการปกครอง เมื่อคณะราษฎรได้ร่วมกันยึดอำนาจการปกครองประเทศจากพระมหากษัตริย์ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 เพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นระบอบประชาธิปไตย อันมีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด และมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญ

ซึ่งในการยึดอำนาจครั้งนั้น ได้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราวเรียกว่า ‘พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว’ ก่อนที่จะมีรัฐธรรมนูญฉบับแรกของไทยเกิดขึ้น

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรก ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนสภาฯ ชุดแรก เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2475 ได้มีการตั้ง รัฐบาลพระยามโนปกรณ์นิติธาดา ขึ้น ซึ่งเป็นรัฐบาลชุดแรกของไทย นอกจากนี้ในการประชุมดังกล่าวยังมีสาระสำคัญคือ ตั้งคณะอนุกรรมการสภาเพื่อทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญ โดยหลวงประดิษฐ์มนูธรรมได้เสนอให้สภาพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญทุกวันตั้งแต่เช้าจนเย็น ให้แล้วเสร็จในสิ้นเดือนพฤศจิกายน เพื่อจะได้ประกาศใช้รัฐธรรมนูญในวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 ตามฤกษ์ที่กำหนด

วันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จออก ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน ‘รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475’ เป็นรัฐธรรมนูญฉบับถาวรฉบับแรกของไทย นับเป็นการพระราชทานพระราชอำนาจแก่ปวงชนชาวไทยโดยสมบูรณ์

การพระราชทานรัฐธรรมนูญให้แก่ปวงชนชาวไทยนั้น ล้นเกล้ารัชกาลที่ 7 ทรงใส่พระทัย และทรงเห็นเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งยวด ดังฤกษ์กำหนดวันประกาศรัฐธรรมนูญในวันที่ 10 ธันวาคมนั้น พระยามโนปกรณ์นิติธาดา ได้แจ้งต่อที่ประชุมสภาราษฎรด้วยตัวเองว่า

“เมื่อได้นำร่างรัฐธรรมนูญนี้ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายทอดพระเนตร ทรงมีรับสั่งว่าเป็นที่พอพระราชหฤทัย และได้ทรงแนะนำว่าการประกาศรัฐธรรมนูญนั้นเป็นของสำคัญยิ่งใหญ่ ควรจะมีพิธีรีตอง
จึงโปรดเกล้าฯ ให้โหรหลวงหาฤกษ์ยาม ได้ 3 ฤกษ์ ฤกษ์ 1 ตกวันที่ 1 ธันวาคม ฤกษ์ 2 ตกวันที่ 10 ธันวาคม ฤกษ์ 3 ไปตกกลางเดือนมกราคม จึงได้คิดว่าสำหรับฤกษ์หนึ่งนั้นเวลากระชั้นเกินไปคงไม่ทัน จึงได้กำหนดเป็นวันที่ 10 ธันวาคม … โดยที่ทรงเห็นว่ารัฐธรรมนูญนั้นเป็นของศักดิ์สิทธิ์และเป็นของที่ควรจะให้ขลัง เพราะฉะนั้นต้องการเขียนใส่สมุดไทยซึ่งจะกินเวลาหลายวัน…”
อีกทั้งการพระราชทานกฎหมายสูงสุดของไทย พระองค์ยังทรงมีพระราชหฤทัยตั้งมั่นเพื่อความผาสุกของอาณาประชาราษฎร์ และความสงบสุขของราชอาณาจักรไทยเป็นสำคัญ ดังคำปรารภของรัฐธรรมนูญย่อหน้าสุดท้าย ที่มีข้อความสำคัญแสดงถึงความปรารถนาของพระองค์ว่า

“ขอให้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรของเราวันนี้ จะเป็นหลักที่สถาพรสถิตประดิษฐานสมรรถภาพอันประเสริฐ เป็นบ่อเกิดความผาสุก สันติคุณวิบูลราศรี แก่อาณาประชาชนตลอดจำเนียรกาลประวัติ นำประเทศสยามบรรลุสรรพพิพัฒนชัยมงคล อเนกศุภผลสกลเกียรติยศมโหฬาร ขอให้พระบรมราชวงศานุวงศ์ และข้าราชการทหาร พลเรือน ทวยอาณาประชาราษฎรจงมีความสมัครสโมสรเป็นเอกฉันท์ ในอันจะรักษาปฏิบัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยามนี้ให้ยืนยงอยู่กับสยามรัฐราชสีมา ตราบเท่ากัลปาวสาน สมดั่งพระบรมราชประณิธาน ทุกประการเทอญ…”

ภาพ 1: พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ประทับเหนือพระที่นั่งพุดตานกาญจนสิงหาสน์ บนพระแท่นมนังศาลรัตนราชอาสน์ ภายใต้นพปฎลเศวตฉัตร ในท้องพระโรงพระที่นั่งอนันตสมาคม ทรงลงพระปรมาภิไธยพระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับแรก เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475
ภาพ 2: พระราชพิธีพระราชทานรัฐธรรมนูญ ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม วันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475
ภาพ 3: รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2475
ภาพ 4: รัฐธรรมนูญเพื่อประชาชนชาวสยาม ณ ลานพระที่นั่งอนันตสมาคม เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475
ภาพ 5: เจ้าพระยาพิชัยญาติ ประธานสภาผู้แทนราษฎร อัญเชิญรัฐธรรมนูญที่ได้รับพระราชทานแสดงต่อประชาชนที่บริเวณสนามหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม
ภาพ 6: ประชาชนมาชมพิธีพระราชทานรัฐธรรมนูญ ณ ลานพระบรมรูปทรงม้าอย่างเนืองแน่น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *