พระบรมราชินี

วันนี้เมื่อ2ปีที่แล้ว เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2562สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี #งามสมบรมราชินี ในฉลองพระองค์สีน้ำเงินแต่งแถบสีแดง จับคู่กับฉลองพระบาทสีน้ำเงินล้วน เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนิน ทรงเป็นประธานเปิดงาน ‘50 ปี แห่งการก่อตั้งมหาวิทยาลัยอัญสัมชัญ’ และทรงรับการทูลเกล้าฯ ถวายดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ

โดยฉลองพระองค์ชุดนี้ตัดเย็บมาจาก ผ้าย้อมครามสกลนคร ‘ลายสะเก็ดธรรม’ เป็นลายผ้าประจำจังหวัดสกลนคร เดิมมีชื่อว่า ‘ลายสะเก็ดแลน’ เป็นลายที่กลุ่มทอผ้าบ้านพันนา อ.สว่างแดนดิน ส่งเข้าประกวดและได้รับรางวัลชนะเลิศในสมัย ‘นายทวีป เทวิน’ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร และถูกประกาศใช้เป็น #ลายผ้าประจำจังหวัดสกลนคร นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ส่วนฉลองพระองค์ครุยดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงนั้น เป็นฉลองพระองค์สีแดงอันเป็นสีประจำมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ประกอบไปด้วย พระมาลาดุษฎีบัณฑิตและผ้าประดับพระอังสาสีเหลือง และทรงสวมพระมาลา ซึ่งสีเหลืองเป็นสีประจำคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นฉลองพระองค์ครุยวิทยฐานะ ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ

ซึ่งในการเสด็จพระราชดำเนินครั้งดังกล่าว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้เสด็จฯ ไปยัง THE SEAT OF WISDOM (รูปปั้นแม่พระ) ทอดพระเนตรศาลาจตุรมุขไพจิตร และเสด็จฯ เข้าสู่ห้อง KING ทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมป้ายเปิดงานเฉลิมฉลอง 50 ปี แห่งการก่อตั้งมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ จากนั้นทรงลงพระนามาภิไธยในสมุดที่ระลึกที่ห้อง QUEEN แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ฉายพระฉายาลักษณ์ ร่วมกับ คณะภราดา กรรมการสภามหาวิทยาลัย และผู้บริหารมหาวิทยาลัย

จากนั้นเสด็จฯ ไปยังชั้น 3 ทอดพระเนตรนิทรรศการวิชาการ และนิทรรศการความเป็นมา 50 ปีแห่งการก่อตั้งฯ และทรงฉลองพระองค์ครุยดุษฎีบัณฑิต ที่ชั้น 6 แล้วประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จฯ ออกจากอาสนวิหารแห่งการเรียนรู้ ไปยัง

วัดประจำมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เสด็จฯเข้าภายในวัด ‘พระคาร์ดินัล ฟรังซิสเซเวียร์’ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช ภาวนาเริ่มพิธี ภราดา เดชาชัย ศรีพิจารณ์ นายกสภามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ทูลเกล้าฯ ถวายคำประกาศราชสดุดีพระเกียรติคุณ แล้วทรงรับการทูลเกล้าฯ ถวายพระมาลาดุษฎีบัณฑิต ผ้าประดับพระอังสา และปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์

และคำประกาศราชสดุดีพระเกียรติคุณ มีความว่า…“ด้วย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้ทรงประกอบพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่เพื่อถวายงานและแบ่งเบาพระราชภาระของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยพระราชวิริยอุตสาหะมาโดยตลอด ตั้งแต่ครั้งดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ และยังคงเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการทรงประกอบพระราชกรณียกิจเพื่อประโยชน์สุขแห่งปวงชนชาวไทย

ด้วยพระปรีชาสามารถด้านต่างๆ อาทิ หลักสูตรการบินของหน่วยฝึกการบินพลเรือนกองทัพอากาศ หลักสูตรการบินทหารบกอากาศยาน ปีกติดลำตัว ชั้นมัธยม ของโรงเรียนการบินทหารบก หลักสูตรการบินของโรงเรียนการบินกองทัพอากาศ ทรงมีความสามารถผ่านการทดสอบและได้รับใบอนุญาตนักบินของสหภาพยุโรป

โดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ได้แก่ ใบอนุญาตนักบินส่วนบุคคลPPL(A) ใบอนุญาตนักบินพาณิชย์ตรี และใบอนุญาตนักบินพาณิชย์เอก ทรงได้รับใบอนุญาตนักบินพาณิชย์เอกจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ส่งพระปรีชาสามารถด้านการบินบินกับเครื่องบินแบบ Cessna T แบบ Cessna T 41 แบบ CT-4Eและแบบ PC-9 ได้เป็นอย่างดี


.
ปัจจุบันทรงปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนักบินผู้ช่วยทำการบินกับเครื่องบินพระราชพาหนะ Boeing 737-400 และ Boein 737-800 ซึ่งพระปรีชาสามารถด้านการบินดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพทางด้านคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะด้านการบริหารเทคโนโลยีการบินระดับสูงทางด้านทฤษฎีและการปฏิบัติอย่างลึกซึ้ง ทำให้การดำเนินงานตามแผนภารกิจต่างๆ เป็นไปอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด”

.
ทั้งนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงเป็นศิษย์เก่า หลักสูตรนิเทศศาสตรบัณฑิต คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ โดยพระองค์ทรงสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีในคณะนิเทศศาสตร์ เมื่อปี พ.ศ. 2543 อีกด้วย

พระบรมราชินี

พระบรมราชินี

พระบรมราชินี

พระบรมราชินี

พระบรมราชินี

พระบรมราชินี

พระบรมราชินี

พระบรมราชินี

พระบรมราชินี

พระบรมราชินี

พระบรมราชินี

พระบรมราชินี

ขอขอบคุณข้อมูลข่าวจาก
https://bit.ly/3rO5UJj

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *