สยามบรมราชกุมารี

พระราชพิธีสถาปนา สยามบรมราชกุมารี พระองค์แรกของไทยเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2520 ในวโรกาสที่ พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ทรงเจริญพระชนมายุครบ 50 พรรษา ซึ่งนับเป็นมหามงคลสมัยอันประเสริฐยิ่ง พระองค์จึงได้ทรงมีพระราชดำริว่า ‘สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดา กิติวัฒนาดุลโสภาคย์’ ทรงเป็นพระราชธิดาที่ทรงพระเจริญเพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติในการปฏิบัติพระองค์ตามขัตติยราชกุมารี สนองพระเดชพระคุณในพระราชภารกิจที่ทรงมอบหมายแทนพระองค์ สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีตลอดมา

ทั้งยังทรงมีพระหฤทัยที่ทรงเปี่ยมไปด้วยความรักชาติ ศาสนา และจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างยิ่ง ในการมหามงคลสมัยการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษานี้ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ #สถาปนาพระราชอิสริยศักดิ์

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดาฯ เพื่อเป็นพระเกียรติประวัติตามโบราณราชประเพณีโดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กำหนดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล และการสถาปนาพระราชอิสริยศักดิ์ ซึ่งในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2520 โปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา เสด็จออกมหาสมาคม และสถาปนาพระราชอิสริยศักดิ์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดาฯ

ในการพระราชพิธี 5 ธันวาคม พ.ศ.2520 ในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จฯ โดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระบรมมหาราชวัง

แล้วเสด็จออกพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย จากนั้นในหลวงรัชกาลที่ 9 ประทับเหนือพระที่นั่งพุดตานกาญจนสิงหาสน์ บนพระราชบัลลังก์ภายใต้นพปฎลมหาเศวตฉัตร สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร (พระราชอิสริยยศขณะนั้น) นายกรัฐมนตรี และประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กราบบังคมทูลพระกรุณาถวายพระพรชัยมงคล

จากนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อาลักษณ์กองประกาศิตสำนักนายกรัฐมนตรี อ่านประกาศกระแสพระบรมราชโองการสถาปนาพระราชอิสริยศักดิ์ ‘สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดา กิติวัฒนาดุลโสภาคย์’ เฉลิมพระนามตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า ‘สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี’

ให้ทรงรับพระราชบัญชา และสัปตปฎลมหาเศวตฉัตรเป็นพระเกียรติประวัติสืบไปสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จขึ้นไปหมอบเฝ้าฯ บนเกยหน้าพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงหลั่งน้ำพระมหาสังข์ทักษิณาวัฏที่พระเศียร ทรงเจิมที่พระนลาฏ แล้วพระราชทานพระสุพรรณบัฏจารึกพระนามาภิไธย เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นโบราณมงคล นพรัตนราชวราภรณ์ และเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศ

ขณะที่ พราหมณ์เป่าสังข์ ภูษามาลาแกว่งบัณเฑาะว์ ชาวพนักงานประโคมฆ้องชัย สังข์ แตร ดุริยางค์ แล้วมหาดเล็กรัวกรับ ชาวม่านปิดพระวิสูตร เจ้าพนักงานชูพุ่มดอกไม้ทองให้สัญญา ชาวพนักงานประโคมเช่นเวลาเสด็จออก ทหารกองเกียรติยศถวายเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ เสด็จขึ้นพระที่นั่งไพศาลทักษิณ เป็นอันเสร็จสิ้นพระราชพิธี

ทั้งนี้ พระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายในที่ได้รับการสถาปนาพระอิสริยยศ ตั้งแต่เริ่มตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ที่ดำรงพระยศ ‘กรมพระยา’ นั้นมีพระองค์เดียว คือ ‘สมเด็จพระบรมมไหยิกาเธอ กรมพระยาสุดารัตนราชประยูร’ ส่วนที่ดำรงพระยศรองลงมา คือ ‘กรมพระ’ นั้นส่วนใหญ่ได้แก่ สมเด็จพระบรมราชชนนี พระพันปีหลวง ในรัชกาลต่าง ๆ นอกจากนั้นก็เป็นสมเด็จพระบรมอัยยิกาเธอบ้าง พระวิมาดาเธอบ้าง สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอบ้าง รวม 13 พระองค์

‘สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี’ จึงทรงเป็น ‘กรมพระ’ หรือ ‘สมเด็จพระ’ พระองค์ที่ 14 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ และไม่เคยปรากฏว่าพระมหากษัตริย์พระองค์ใดเคยสถาปนา ‘สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้า’ เป็น ‘สมเด็จพระ’ มาก่อน การสถาปนาครั้งนี้จึงเป็นพระเกียรติยศที่สูงยิ่ง อีกทั้งยังนับว่าพระองค์ทรงเป็น ‘สยามบรมราชกุมารี’ พระองค์แรกแห่งราชวงศ์จักรีและของไทย

อีก 42 ปีต่อมา ครั้นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็น พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 ทรงพระราชดำริว่า

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นพระโสทรกนิษฐภคินีที่ได้ทรงร่วมสุขร่วมทุกข์มาแต่ทรงพระเยาว์ เมื่อทรงเจริญพระชนมายุ ก็ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจสนองพระเดชพระคุณด้วยพระวิริยอุตสาหะ เป็นคุณูปการแก่ประเทศชาติและอาณาประชาราษฎร์

ซึ่งสมควรจะยกย่องพระเกียรติยศตามฐานะแห่งพระบรมราชวงศ์ จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาพระราชอิสริยยศเป็น ‘สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี’

สยามบรมราชกุมารี

สยามบรมราชกุมารี

สยามบรมราชกุมารี

สยามบรมราชกุมารี

สยามบรมราชกุมารี

ขอขอบคุณข้อมูลข่าวจาก
https://bit.ly/2ZW6TeI

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *