สมเด็จหญิงน้อย ในล้นเกล้า ร.5

วันที่ 4 ธันวาคม วันคล้ายวันประสูติ ‘สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้านิภานภดล วิมลประภาวดี กรมขุนอู่ทองเขตขัตติยนารี’ พระราชธิดาพระองค์ที่ 3 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ผู้ทรงเป็นราชเลขานุการิณีในสมเด็จพระราชบิดา และเป็นผู้ที่ทรงรวบรวมพระราชหัตถเลขา รัชกาลที่ 5 ครั้งเสด็จประพาสยุโรป เมื่อปี พ.ศ. 2450 มาเป็นหนังสือพระราชนิพนธ์ ‘ไกลบ้าน’ นั่นเอง

สมเด็จเจ้าฟ้านิภานภดลฯ กรมขุนอู่ทองเขตขัตติยนารี เป็นพระราชธิดาในรัชกาลที่ 5 ที่ประสูติแต่ ‘พระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา’ โดยทรงประสูติเมื่อวันเสาร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2429 วันนี้เมื่อ135ปีที่แล้ว

มีพระนามแรกประสูติว่า ‘พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้านิภานภดล’ และเมื่อปี พ.ศ. 2431 รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาพระราชโอรสและพระราชธิดาที่ประสูติแต่พระอรรคชายาเธอขึ้นเป็นเจ้าฟ้า ดังนั้น พระองค์จึงได้รับสถาปนาขึ้นเป็น ‘พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้านิภานภดล’

ต่อมาในปี พ.ศ. 2441 รัชกาลที่ 5 พระราชทานพระสุพรรณบัฏเฉลิมพระนามาภิไธยสถาปนา พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้านิภานภดล ขึ้นเป็น ‘สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้านิภานภดล วิมลประภาวดี’ซึ่งล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ทรงเรียกพระราชธิดาพระองค์นี้ว่า ‘หญิงเล็กนิภา’ และชาววังออกพระนามพระองค์ว่า ‘สมเด็จหญิงน้อย’

ในแผ่นดินรัชกาลที่ 5 นี้ สมเด็จเจ้าฟ้านิภานภดลฯ ได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้รับราชการในหน้าที่ราชเลขานุการิณีในพระองค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชบิดา
ซึ่งพระองค์ทรงถวายงานรับใช้พระราชบิดาตลอดรัชกาล โดยพระภารกิจสำคัญในหน้าที่ราชเลขานุการิณีในพระองค์ที่ทำให้ประชาราษฎร์รู้จักพระองค์เป็นอย่างดีคือ ทรงเป็นผู้รวบรวมพระราชหัตเลขา ที่รัชกาลที่ 5 ทรงส่งมาถึงพระองค์ เมื่อครั้งรัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสยุโรป ในปี พ.ศ. 2450 ซึ่งทรงรวบรวมและจัดทำเป็น หนังสือพระราชนิพนธ์ไกลบ้าน ที่เรารู้จักกันดีนั่นเอง

ครั้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 มีพระบรมราชโองการสถาปนาพระองค์ขึ้นเป็นเจ้าฟ้าต่างกรมฝ่ายใน มีพระนามว่า ‘สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้านิภานภดล วิมลประภาวดี กรมขุนอู่ทองเขตขัตติยนารี’

ต่อมาในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 สมเด็จเจ้าฟ้านิภานภดลฯ ซึ่งในขณะนั้นพระองค์ทรงอยู่ในสถานะลำพังพระองค์เดียว เนื่องจากพระมารดา พระเชษฐา และพระเชษฐภคินีร่วมพระมารดาต่างสิ้นพระชนม์ลงหมด พระองค์จึงตัดสินพระทัยเสด็จออกไปประทับที่เมืองบันดุง ประเทศอินโดนีเซีย พร้อมกับครอบครัวของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ฯ ซึ่งเป็นพระเชษฐาต่างพระมารดา และทรงสิ้นพระชนม์ที่นั่น เมื่อวันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2479

ทั้งนี้ พระกรณียกิจสำคัญเมื่อครั้งยังมีพระชนม์ชีพ นอกจากทรงเป็นราชเลขานุการิณีในรัชกาลที่ 5 แล้ว ยังทรงร่วมกับสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ามาลินีนภดาราฯ พระโสทรเชษฐภคินี บริจาคทุนทรัพย์สร้างเครื่องใช้สำหรับ ตึกเยาวมาลย์อุทิศ โรงเรียนเทพศิรินทร์ และในโอกาสที่ทรงเจริญพระชันษาได้ 28 ปี เสมอด้วยพระชนมพรรษาของสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี พระอัยยิกาฝ่ายพระชนก พระองค์ได้ทรงสร้าง ตึกนิภานภดล ถวายแก่วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร สำหรับเป็นโรงเรียนสอนปริยัติธรรม เพื่ออุทิศพระกุศลแด่รัชกาลที่ 5 และสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินีอีกด้วย

อีกทั้ง พระชนนีของพระองค์ยังทรงสร้าง ‘โรงเรียนนิภาคาร’ ขึ้นในพระตำหนักวังสวนสุนันทา ถือเป็น สถาบันศึกษานอกระบบแห่งแรกของไทย เมื่อปี พ.ศ. 2467 เพื่อชุบเลี้ยงเด็กและข้าหลวงให้มีการศึกษาที่ดีขึ้น หลังพระมารดาสิ้นพระชนม์ พระองค์จึงเป็นทั้งผู้อำนวยการและพระอาจารย์ มีการจ้างครูชาวไทยและฝรั่งมาช่วยสอน

ครั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 เจ้านายหลายพระองค์ได้หนีราชภัยไปต่างประเทศบ้างต่างเมืองบ้าง ซึ่งรวมถึงพระองค์ด้วย โรงเรียนนิภาคารจึงยุบเลิกโดยปริยาย

แต่วังสวนสุนันทาที่ปัจจุบันได้กลายเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ก็ได้มีจารึกพระนามของสมเด็จเจ้าฟ้านิภานภดลฯ ไว้ในนามของห้องประชุม ณ อาคาร 35 ภายให้มหาวิทยาลัยฯ ที่มีนามว่า ห้องประชุมนิภานภดล เพื่อน้อมรำลึกถึง ‘สมเด็จเจ้าฟ้านิภานภดล วิมลประภาวดีฯ’ หรือ ‘สมเด็จหญิงน้อย’ สืบไป

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *