พระพุทธรูปปกป้องบ้านเมือง

พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ’ พระพุทธรูปปกป้องบ้านเมือง ด้วยพระราชหฤทัย ‘รัชกาลที่ 9’ราวปี พ.ศ. 2511 ไทยตกอยู่ในภยันตรายจากคอมมิวนิสต์ ที่กระจายตัวอยู่รอบทิศตามชายแดนไทย โดยคอมมิวนิสต์เหล่านี้มุ่งจะครอบครองประเทศ และคิดล้มล้างการปกครอง ด้วยเหตุนี้ในหลวงรัชกาลที่ 9 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หล่อ พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ ขึ้น เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2511 เพื่อปกป้องภยันตรายจากอริราชศัตรู ตลอดจนคุ้มครองอาณาประชาราษฎร์ให้อยู่ร่มเย็นเป็นสุข

‘พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ’ เป็นจตุรพุทธปราการ หมายความถึง พระพุทธรูปปกบ้านคู่เมือง หรือพระอารามที่มีมหิทธานุภาพล้ำลึกปกป้องภยันตรายจากอริราชศัตรู ปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายอัปมงคล เสริมดวงชะตาเมือง ตลอดทั้งคุ้มครองอาณาประชาราษฎร์ให้อยู่ร่มเย็น ตามตำราพุทธไชยปราการที่สืบทอดมาแต่โบราณ พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ หรือ พระพุทธรูปสี่มุมเมือง เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ ประทับขัดสมาธิราบ โลหะหล่อสำริดหน้าตักกว้าง 49 นิ้ว พระพักตร์แจ่มใส พระเนตรเปิด พระหัตถ์ขวาทับพระหัตถ์ซ้าย พระบาทขวาทับพระบาทซ้าย

ในหลวงรัชกาลที่ 9 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นตามคติความเชื่อเรื่องพุทธไชยปราการ ในช่วงเวลาที่บ้านเมืองตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน โดยพึ่งบุญบารมีพระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ ที่เชื่อว่ามีคุณวิเศษอันเอกอุที่บุรพมหากษัตริย์ทรงปกป้องภัยบ้านเมืองและพสกนิกรในอดีตมารวมไว้ โดยกรมการรักษาดินแดน กองทัพบก กระทรวงกลาโหม เป็นผู้จัดสร้าง

ทั้งนี้ กรมการรักษาดินแดน คือหน่วยปกป้องรักษาบ้านเมือง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงสถาปนา และทรงมีพระพุทธนิรโรคันตราย ความหมายว่า การปราศจากภยันตรายทั้งปวง เป็นพระพุทธรูปประจำรัชกาล เมื่อรวมพลังแห่งพระพุทธชัยวัฒน์แล้ว พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ ย่อมบริบูรณ์แก่การปกปักรักษาบ้านเมืองและอาณาประชาราษฎร์ในแผ่นดินทั้งสี่ทิศให้รุ่งเรืองเป็นที่สุด

ครั้นการจัดสร้างเสร็จสิ้น ในวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2511 ในหลวงรัชกาลที่ 9 ก็ได้พระราชทานพระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 4 จังหวัด ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต อัญเชิญไปประดิษฐานคุ้มครองแผ่นดินในทิศทั้งสี่ตามพระราชปณิธานสืบไป พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ ประจำ 4 ทิศ 4 จังหวัด ได้แก่

องค์ที่ 1 ประจำทิศเหนือ ประดิษฐาน ณ ศาลหลักเมืองจังหวัดลำปาง องค์ที่ 2 ประจำทิศใต้ ประดิษฐานภายในศาลาจัตุรมุขหน้าศาลากลางจังหวัดพัทลุง องค์ที่ 3 ประจำทิศตะวันออก ประดิษฐานในศาลาจัตุรมุข วัดศาลาแดง ถนนพิชัยรณรงค์สงคราม ตรงข้ามศาลากลางจังหวัดสระบุรี องค์ที่ 4 ประจำทิศตะวันตก ประดิษฐานในวิหารบนเขาแก่นจันทร์ อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี

สาธุ

Phra Phutthanirokhantarai Chaiwat Chaturathit, This Buddha image is also known as Phra Si Mum Mueang which is a sacred relic of Phatthalung

ขอขอบคุณข้อมูลข่าวจาก

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *