สตรีจาก ค ร อ บ ค รั ว ส า มั ญ ช น

โดยปกติแล้ว ‘สมเด็จพระราชินี’ ของพระมหากษัตริย์นั้นจะโปรดเกล้าสถาปนาจากพระมเหสี พระราชยายา ที่เป็น ‘เชื้อพระวงศ์’ ผู้สูงศักดิ์ แต่ในปัจจุบันพบว่าราชวงศ์ในหลายประเทศทั่วโลก มีพระอัครมเหสีที่มาจากครอบครัวสามัญชนอยู่หลายพระองค์ด้วยกัน

ซึ่งสำหรับประเทศไทยนั้น ในประวัติศาสตร์ราชวงศ์จักรีก็มีพระราชินีผู้ทรงเป็นพระอัครมเหสีในพระมหากษัตริย์ที่มาจากตระกูลสามัญชน 3 พระองค์ด้วยกัน อันได้แก่

1. สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายา
สมเด็จพระวรราชชายาในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงเป็นธิดาของ ‘เจ้าพระยาสุธรรมมนตรี’ (ปลื้ม สุจริตกุล) กับท่านผู้หญิงกิมไล้ สุธรรมมนตรี (สุจริตกุล) อันเป็นครอบครัวจากตระกูลสามัญชน

ที่มาของการนำมาซึ่งการดำรงพระยศในตำแหน่งพระอัครมเหสีในรัชกาลที่ 6 เกิดขึ้นเมื่อครั้งที่ สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจีฯ หรือขณะนั้นมีพระนามว่า ‘ประไพ สุจริตกุล’ ได้มีโอกาสเข้ารับราชการฝ่ายใน และได้ถวายงานรับใช้ล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 อยู่บ่อยครั้ง

กระทั่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสกับคุณประไพ สุจริตกุล เมื่อวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2465 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้คุณประไพ สุจริตกุล ดำรงตำแหน่งพระสนมเอก มีราชทินนามว่า ‘พระอินทราณี’

ต่อมาเมื่อพระอินทราณีทรงมีพระครรภ์ จึงได้รับการสถาปนาขึ้นเป็น ‘พระวรราชชายาเธอ พระอินทรศักดิศจี’ ซึ่งเป็นตำแหน่งพระมเหสี เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2465 กระทั่งในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2466 พระวรราชชายาเธอ พระอินทรศักดิศจี ก็ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็น ‘สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระบรมราชินี’ ซึ่งนับเป็นสามัญชนคนแรกที่ได้รับการสถาปนาให้ดำรงพระอิสริยยศในตำแหน่งพระอัครมเหสีแห่งราชวงศ์จักรี

จนช่วงปลายรัชสมัยรัชกาลที่ 6 ได้มีพระบรมราชโองการให้ออกพระนามพระองค์ว่า ‘สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายา’

2. พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี
ทรงเป็นพระวรราชเทวี หรือพระอัครมเหสีในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เช่นกัน พระนางเจ้าสุวัทนาฯ มีพระนามเดิมว่า ‘เครือแก้ว อภัยวงศ์’ ทรงเป็นธิดาของ ‘พระยาอภัยภูเบศร’ (เลื่อม อภัยวงศ์) กับ เล็ก บุนนาค

เมื่อครั้ง ‘เครือแก้ว’ ได้เข้ารับราชการในราชสำนักฝ่ายใน อยู่ในวงดุริยางคศิลป์ไทยของราชสำนัก ทำให้มีโอกาสได้แสดงละครที่เป็นบทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6 และได้มีโอกาสร่วมแสดงละครพระราชนิพนธ์กับล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 ด้วย

ต่อมาในวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2467 ล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 ได้ทรงสถาปนาขึ้นเป็น ‘เจ้าจอมสุวัทนา พระสนมเอก’ พร้อมทั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส ณ พระที่นั่งบรมพิมาน ในพระบรมมหาราชวัง

และเมื่อ เจ้าจอมสุวัทนา ตั้งพระครรภ์ในเวลาต่อมา ซึ่งสร้างความปีติปราโมทย์แก่รัชกาลที่ 6 เป็นอย่างมาก จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ สถาปนาเจ้าจอมสุวัทนาขึ้นเป็น ‘พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี’ ดำรงตำแหน่งพระอัครมเหสี นับเป็นสามัญชนคนที่สองที่ได้รับการสถาปนาให้ดำรงพระอิสริยยศในตำแหน่งพระอัครมเหสีแห่งราชวงศ์จักรี

จนกระทั่งพระองค์ทรงให้ประสูติกาลแก่พระราชธิดาเพียงพระองค์เดียวในรัชกาล 6 คือ ‘สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี’ ก่อนการเสด็จสวรรคตของรัชกาลที่ 6 เพียงหนึ่งวัน

จากนั้นพระองค์และพระราชธิดาได้เสด็จไปประทับยังสหราชอาณาจักร กว่า 20 ปี ภายหลังจึงได้เสด็จนิวัติประเทศไทยโดยประทับในวังรื่นฤดี เป็นการถาวร

3. สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี
พระราชินีในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ ทรงมีพระนามเดิมว่า สุทิดา ติดใจ เป็นพระธิดาของ นายคำ ติดใจ กับ คุณหญิงจั่งเฮียง ติดใจ ซึ่งเป็นครอบครัวจากตระกูลสามัญชน

แรกเริ่มเดิมที สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ ได้เข้ารับราชการในตำแหน่งรองผู้บัญชาการ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลเอกพิเศษ) และทรงดำรงตำแหน่งเป็นราชองครักษ์เวรในพระองค์และพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ ตามลำดับ ซึ่งเป็นหน่วยงานราชการในราชสำนัก

ครั้นในวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 ได้มีพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสระหว่างพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว กับพลเอกหญิง สุทิดา วชิราลงกรณ์ ณ อยุธยา (พระนามขณะนั้น) และทรงสถาปนาพลเอกหญิง สุทิดา ขึ้นเป็น ‘สมเด็จพระราชินีสุทิดา’

ต่อมาในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศสถาปนาเฉลิมพระเกียรติยศสมเด็จพระราชินีสุทิดาขึ้นเป็น ‘สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี’ ซึ่งเป็นตำแหน่งพระอัครมเหสีแห่งราชวงศ์จักรี นับเป็นสามัญชนคนที่สามที่ได้รับการสถาปนาให้ดำรงพระอิสริยยศในตำแหน่งพระอัครมเหสีแห่งราชวงศ์จักรี

ภายหลังการดำรงพระราชอิสริยยศเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี พระองค์ก็ทรงออกปฏิบัติพระราชกรณียกิจคู่บารมีในหลวงรัชกาลที่ 10 ตลอดมาจนถึงปัจจุับน

แม้จะทรงมาจากตระกูลสามัญชน แต่จะเห็นได้ว่าสมเด็จพระราชินีทั้ง 3 พระองค์แห่งราชวงศ์จักรี ได้ทรงสร้างคุณูปการในหลากหลายด้านแก่ประชาชนชาวไทย และทรงธำรงไว้ซึ่งพระเกียรติยศแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและราชวงศ์จักรีเป็นที่ยิ่ง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *